Updateค่าตัวเภสัช รายได้ขั้นต่ำเท่านี้ ไหวไหม แล้วแต่youเลย

ประกาศรับสมัครงาน โยกย้าย
กระทู้ที่เกี่ยวข้องกับการแขวนป้ายจะถูกลบโดนมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Re: Updateค่าตัวเภสัช หมดPassionแล้ว ให้เดือนละแสนก็ไม่เอา

โพสต์โดย เมจิก พี » 30 พ.ย. 2018, 23:54

561000012386601.JPEG
ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ (อีกละ) คงเป็นเพราะว่า ประสบด้วยตัวเองด้วย และเพื่อนหลายคนก็พบเจออย่างเดียวกัน กะปัญหาการใช้ยา และทัศนะคติ แบบผิดๆ ของคนไทยในเรื่องยาและสุขภาพอนามัย การศึกษามีส่วนบ้าง ฐานะมีส่วนบ้าง ที่ทำให้การใช้ยาเป็นไปในทางที่ผิด แต่ในความเป็นจริงคนรวยคนจน คนมีหรือไม่มีการศึกษาในบ้านเรา ใช้ยาและมีความเชื่อเรื่องสุขภาพอนามัย ไม่ค่อยถูกต้องมีเยอะมาก ยิ่งรวยยิ่งไม่ฟังเอาแต่ใจ จะเอาอย่างนี้ เคยใช้อย่างนี้เคยไปหาหมอ หมอเคยให้กินยาอย่างนี้ คราวนี้เป็นเหมือนเดิม จะเอายาเดิม "คุณไม่ใช่หมอ" ไม่ต้องมาบอกอะไรมาก เอาตามที่จะซื้อนี่แหละ จะขายหรือไม่ขาย ไม่ขาย จะได้ไปซื้อร้านอื่น นี่คนรวยเอาแต่ใจไม่ฟังขนาดนี้ นี่ยังน้อย ผมเจอมาแล้ว เอาปืน11มม. มาวางที่เค้าท์เตอร์ยา ถามผมว่า เมื่อกี้ให้แฟนมาซื้อยา ทำไมไม่ขายให้ ผมก็อธิบายให้ฟังสารพัด แกไม่ฟังหรอก อาศัยว่าดวงผมยังไม่หมดกรรม ต้องไม่ตายอยู่ใช้กรรมต่อไป จึงมีคนข้างบ้านที่สนิทกะแก มาช่วยเคลียให้ เรื่องเลยจบกันไป
มาอ่านเรื่องของน้องเขาดีกว่า ขออนุญาติแชร์เรื่องราวตรงนี้เลยครับ

เภสัชกรสาวตัดสินใจปิดร้านขายยา ลั่นหมด passion แล้ว
เผยแพร่: 29 พ.ย. 2561 16:04 ปรับปรุง: 29 พ.ย. 2561 17:47 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เภสัชกรสาวระบายความอัดอั้นตันใจก่อนปิดร้ายขายยา แฉเคยมีเด็กวัยรุ่นมาซื้อยาสตรีทุก 30 นาที ซื้อจนเดาออกว่าซื้อไปทำอะไร จนตัดสินใจรีบปิดร้าน ยันหมด passion การเป็นเภสัชกรแล้ว

วันนี้ (29 พ.ย.) เพจเฟซบุ๊ก “ใบเฟิร์นเภสัช & drug-a-holic เช่าเสื้อโค้ท by เภสัช” ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่ทำให้ต้องจำใจปิดร้านขายยาลงเนื่องจากเจอปัญหาบั่นทอนจิตใจหลากหลายเรื่องทำให้หมดใจกับการประกอบอาชีพนี้ และเธอทำอาชีพนี้มาถึง 3 ปีแล้ว โดยฝากข้อคิดที่คิดว่ามีประโยชน์ไว้ โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่พบเจอทุกวันในร้านยา เรื่องใกล้ตัวเล็กๆ น้อยๆไว้ ดังนี้

1. ยาแก้อักเสบ ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ เจ็บคออย่างเดียวไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ เจ็บคอ เจ็บข้างๆ คอซ้ายขวา (ต่อมทอนซิล) น้ำมูก/เสมหะ เขียวเหลือง 3 วันอาการไม่ดีขึ้นส่องคอ คอแดง มีจุดหนอง ค่อยกินยาฆ่าเชื้อ ทุกครั้งที่กินยาฆ่าเชื้อต้องกินจนหมด ดีขึ้นแล้วก็ห้ามหยุด ตอนนี้อาจจะไม่เป็นอะไร แต่ต่อไปจะดื้อยาในอนาคต

2. ยาเลื่อนประจำเดือน กินตามน้ำหนัก กินก่อนวันที่คิดว่าจะมา หรือวันที่จะทำธุระ 2-3 วัน ถ้าประจำเดือนมาแล้ว กินไปไม่ได้เกิดประโยชน์

3. ยาคุมฉุกเฉิน ห้ามกินเกิน “2 กล่องต่อเดือน” ไม่ใช่ 2 กล่องต่อชีวิต เรื่องนี้เข้าใจผิดกันแทบทุกคน แต่ถามว่ากินได้เดือนละ 2 กล่อง แล้วกินบ่อยดีไหม คำตอบคือไม่ดี กินเท่าที่จำเป็น เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งอยากมีลูกจริงๆ จะเพิ่มโอกาสท้องนอกมดลูก ถ้าคิดว่าตัวเองจะต้องกินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ ให้เปลี่ยนเป็นยาคุมแบบรายเดือน

4. ยาโรคเรื้อรัง เบาหวาน หัวใจ ความดัน ห้ามหยุดยาเอง ห้ามปรับขนาดยาเอง

5. เกลือแร่ท้องเสีย กับเกลือแร่ออกกำลังกาย เกลือแร่สำหรับท้องเสีย “ไม่ได้รักษาท้องเสีย” แต่กินเพื่อชดเชยแร่ธาตุต่างๆ ที่สูญเสียไปเพื่อที่จะได้ไม่อ่อนเพลีย เป็นลม และห้ามดื่มทีเดียวหมด แต่ใช้วิธีจิบบ่อยๆ (การดื่มทีเดียวหมดจะยิ่งทำให้ท้องเสีย เพราะเกลือแร่มีคุณสมบัติดูดน้ำเข้าหาตัวจึงเป็นเหตุผลที่หลายคนชอบบอกว่ากินเกลือแร่แล้วไม่เห็นจะดีขึ้นเลย)

6. ยาคลายกล้ามเนื้อ บางยี่ห้อมีตัวยาพาราฯ ผสมอยู่แล้ว ห้ามกินพาราฯ เพิ่มเข้าไปอีก เพราะโดสพาราฯ จะเกิน ก่อนจะหยิบพาราฯ กินเพิ่ม ดูส่วนประกอบของยาคลายกล้ามเนื้อด้วยว่ามีพาราฯ อยู่แล้วหรือยัง

7. ไอแห้งกับไอมีเสมหะ ตัวยารักษาคนละตัวกัน

8. ยาหยอดตาทุกชนิดเปิดฝาแล้วใช้ได้ 1 เดือน และห้ามใช้ร่วมกับคนอื่นเด็ดขาด

9. ยาที่คนเรียกกันว่ายาล้างไต ไม่ได้รักษาโรคไต ถ้ารักษาได้จริงโลกนี้จะไม่มีผู้ป่วยโรคไต

10. เวลาเจ็บปวดอะไรสักอย่าง ยาแก้อักเสบ เช่น ibuprofen, diclofenac, naproxen, mefenamic acid, piroxicam, celecoxib กินยาแก้อักเสบตัวเดียวชนิดเดียวพอ อาจกินเสริมกับยาคลายกล้ามเนื้อได้ แต่ไม่ควรกินยาแก้อักเสบ 2 ชนิดร่วมกัน เพราะจะยิ่งระคายเคืองกระเพาะ และยิ่งมีผลต่อไต

11. ยาแก้อักเสบ ที่เขาพูดกันว่ากัดกระเพาะ ฟังดูแรงแต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น แค่กินหลังอาหารทันที เพื่อจะได้ไม่ระคายเคืองกระเพาะ

12. ยาทาสเตียรอยด์ ทาบางๆ และทาเฉพาะเมื่อมีอาการความแรงสเตียรอยด์มีหลายระดับไม่ใช่ว่ามี 1 หลอด สามารถทาได้ทุกส่วนในร่างกายถ้าทาหน้าหรือผิวหนังอ่อนๆ หรือเด็กเล็กมากๆ ให้ใช้ระดับอ่อนสุด-กลางๆ เท่านั้น ห้ามใช้ระดับแรงๆ

13. ยาลดน้ำมูก มีแบบง่วงกับไม่ง่วงแบบ ง่วงฤทธิ์แรงกว่า ลดน้ำมูก คัดจมูกได้หมดแต่ออกฤทธิ์สั้น เลยต้องกินบ่อย เช้า กลางวัน เย็น แบบไม่ง่วง ลดน้ำมูกได้ในระดับหนึ่ง (คัดจมูกไม่ได้) แต่ออกฤทธิ์ยาว กินแค่วันละครั้ง (ฤทธิ์ยาวแต่อ่อนๆ) ถ้าทั้งน้ำมูกทั้งคัดจมูกมากๆ แต่ทำงานขับรถ ใช้เครื่องจักร ที่ง่วงนอนไม่ได้ให้ใช้วิธีกลางวันกินแบบไม่ง่วง ก่อนนอนกินแบบง่วง หรืออาจเปลี่ยนไปกินยาลดน้ำมูกแบบไม่ง่วงรุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นการเอารุ่นเก่าไปพัฒนาชื่อตัวยาจะขึ้นต้นด้วย Des... Levo...รุ่นใหม่หน่อย ราคาแพงหน่อย แต่ประสิทธิภาพดี

14. ยาสตรีทั้งหลาย ไม่ได้มีไว้ทำแท้ง นอกจากทำแท้งไม่ได้ยังเสี่ยงลูกออกมาพิการ เคยมีเด็กวัยรุ่นมาซื้อยาสตรีทุก 30 นาที ซื้อจนเราพอจะเดาออกว่าซื้อไปทำอะไร เราต้องรีบตัดสินใจปิดร้าน เพราะกลัวว่าถ้าไม่ขายให้จะโดนทำร้าย

โดยเธอฝากทิ้งท้ายว่า “ที่เจอบ่อยๆ ทุกวัน พรุ่งนี้เปิดวันสุดท้าย แวะมาลาเภสัชกันได้ หมด passion การเป็นเภสัชกรแล้วค่ะ”


แถมให้อีกเรื่อง ความห่วย และเฮงซวยของ ใคร อ่านเอาเอง มันห่วยจนไม่อยากเอ่ยชื่อถึงให้เป็นเสนียดปาก และเป็นอัปปะมงคลกะชีวิต เพราะตัวมันเองให้มัน"อัปปีจังไร" เฉพาะตัวมันแล้วกัน

พิธีกรดังร้อง ป.ป.ช. สอบ เลขาธิการ อย.-พวก อาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปมปล่อยให้เอกชนนำเข้าผลิตภัณฑ์ยากันยุงมีสารอันตราย ปูด อย.รู้เรื่องตั้งแต่ปี’58 แต่เพิ่งมาแบนปี ปล่อยให้นำเข้ามานับร้อยครั้ง แต่ดำเนินคดีกับแค่ครั้งเดียว
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา http://www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 นายเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ และพิธีกรชื่อดัง ยื่นหนังสือถึงประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กับพวก อาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีปล่อยให้เอกชนผู้นำเข้ายาจุดกันจุง เรนเจอร์ สเก้าท์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศ และ อย.ใช้อำนาจออกคำสั่งเพิกถอนทะเบียนวัตถุอันตรายโดยไม่ชอบ เป็นคำสั่งที่เอื้อประโยชน์แก่เอกชน และไม่คุ้มครองความปลอดภัยของประชน

นายเกษมสันต์ ระบุว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวตามสื่อ กรณีผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ทะเบียนเลขที่ 537/2555 ได้แอบใช้สารที่ไม่ตรงกับทะเบียนและใช้สารที่เป็นอันตราย โดยมีการตรวจพบจากคณะกรรมการอาหารและยาในหลายครั้ง ตนได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวตามที่ปรากฏในสื่อเพื่อความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ จนในที่สุดคณะกรรมการอาหารและยาได้เพิกถอนทะเบียนและใบอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ให้ผู้นำเข้าเรียกเก็บคืนผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ รวบรวมส่งคืนไปยังประเทศผู้ผลิต อย่างไรก็ดีพบความไม่ชอบมาพากลในการปฎิบัติหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากับพวก อาจละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

นายเกษมสันต์ ระบุอีกว่า อย.เก็บตัวอย่างยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ส่งตรวจวิเคราะห์ตั้งแต่ปี 2558-2561 พบสารmeperfluthrin ที่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้กับทาง อย. และต่อมายังตรวจพบ heptafluthrin ตัวเดียวกันกับที่ตรวจพบในยาจุดกันยุงก็อตซิลล่า (GODZILLA) ที่ทำให้หมาตาย 3 ตัวตามที่เป็นข่าว แต่ อย. มีการดำเนินคดีกับบริษัทฯเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในปี 2558 ต่อจากนั้นไม่มีการดำเนินคดีกับบริษัทฯอีกเลย และยังอาจละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการนำเข้ามานับครั้งไม่ถ้วนทั้ง ๆ ที่รู้ว่า บริษัทฯ แอบใช้สารที่ไม่ตรงกับทะเบียนและใช้สารที่เป็นอันตราย ซึ่งในทางปฏิบัติ อย. ต้องดำเนินคดีการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ เมื่อ อย. ได้ตรวจพบผลิตภัณฑ์นำเข้าไม่ถูกต้องตามกฏหมายหรือพบว่าแอบใช้สารไม่ปลอดภัย การนำเข้าในครั้งต่อไปด่านอาหารและยาต้องกักผลิตภัณฑ์ที่นำเข้า พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ หากผลการตรวจวิเคราะห์ตรงตามที่ขึ้นทะเบียนจึงจะปล่อยให้นำเข้ามาจำหน่ายได้ แต่ อย. กลับปล่อยผลิตภัณฑ์ให้นำเข้ามาจำหน่ายจำนวนมากมาย จากตัวเลขการนำเข้า ณ ด่านศุลกากรเป็นร้อย ๆ ครั้ง ในขณะที่ด่านอาหารและยาให้เก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น (เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ตามรายงานผลการทดสอบ ที่ สธ 0602/2065 วันที่ 7 สิงหาคม 2560) และไม่มีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์อีกเลย จึงอาจเป็นการละเว้นหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

“นอกจากนี้ อย. ได้อนุมัติให้บริษัทฯขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายใหม่ในชื่อ ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ที ซึ่งการอนุญาตมีความผิดปกติ และด่านอาหารและยาไม่เคยมีการเก็บตัวอย่างยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ที ส่งตรวจวิเคราะห์ทั้งที่รู้ว่ายาจุดกันยุงจากประเทศจีนมีปัญหา จึงอาจเป็นการละเว้นการปฏิบัติที่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วย” นายเกษมสันต์ ระบุ

พิธีกรชื่อดัง ระบุด้วยว่า ขณะเดียวกัน อย.มีคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 478/2561 ลงวันที่ 21 กันยายน 2561 ให้เพิกถอนทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ทะเบียนเลขที่ 537/2555 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 40 มาตรา 41และมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 แต่การที่ อย. ออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากบทบัญญัติมาตรา 41 กำหนดว่า “.............ให้นำมาตรา 52 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม” ตามกฏหมายวัตถุอันตรายเมื่อเหตุแห่งการเพิกถอนทะเบียนวัตถุอันตรายกรณีพบสารที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ไม่ปลอดภัยในการใช้ ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ กฎหมายให้เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งตามมาตรา 52 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่เท่านั้น นั่นคือในส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ อย. เพื่อการทำลายโดยให้ผู้นำเข้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทำลาย ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในท้องตลาด ให้ผู้มีไว้ในครอบครอง ส่งมอบให้ อย.เพื่อการทำลาย และหากผู้ครอบครองได้รับความเสียหายให้ฟ้องเรียกค่าเสียหายกับผู้นำเข้า แต่ในคำสั่งเพิกถอนใช้อำนาจตามมาตรา 52 วรรคหนึ่ง โดยให้ผู้นำเข้าส่งผลิตภัณฑ์ที่ฝ่าฝืนกฏหมายและเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ กลับคืนผู้ผลิตต่างประเทศภายใน 6 เดือน จึงเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และยังสั่งให้ผู้ขาย (ร้านค้า) และผู้ครอบครองขายคืนร้านค้าที่ซื้อมาหรือขายคืนผู้นำเข้าเพื่อให้ผู้นำเข้าส่งคืนผู้ผลิตต่างประเทศต่อไป ซึ่งในทางปฏิบัติมิได้มีการควบคุม ดูแลให้มีการขายคืน ปล่อยให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยยังคงมีขายในท้องตลาด และในกรณีนี้ อย.ออกคำสั่งโดยไม่มีกฏหมายรองรับให้ทำได้ จึงเป็นคำสั่งที่เอื้อประโยชน์กับบริษัทฯ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน

“ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีการโฆษณาว่ายาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ปลอดภัยให้ร้านค้าขายได้ และมีโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ โดย อย.ไม่มีมาตราการในการดำเนินการใดๆ ทำให้ผู้ขาย ผู้บริโภคสับสน เข้าใจว่าสินค้าดังกล่าวขายได้ ปลอดภัยในการใช้ อย.ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ผมจึงใคร่ขอให้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำการสอบสวนเลขาธิการ อย. กับพวก อาจละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 ในกรณีดังกล่าว” นายเกษมสันต์ ระบุ
แนบไฟล์
561000012386603.JPEG
561000012386602.JPEG
เมจิก พี
 
โพสต์: 286
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51







Re: Updateค่าตัวเภสัช ยุบคณะเภสัชดีไหม??

โพสต์โดย เมจิก พี » 11 ม.ค. 2019, 14:28

ยุบคณะเภสัชดีไหม


จากความเป็นจริงเรื่องกฏหมายยา .ที่ห้ามเภสัชหรือจำกัดเภสัชขายยา จ่ายยาโน่นนี่นั่น .ทั้งที่เภสัชเรียนเรื่องยารู้เรื่องยามามากกว่าพวกหมอ แต่หมอขายยา จ่ายยาได้มากกว่าเภสัช จะด้วยเหตุผลอะไรก้อแล้วแต่ มันไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่มีอำนาจจะสั่งการ .ส่วนเหตุผลเป็นเรื่องที่ทำให้คนมีอำนาจดูไม่บ้องตื้นเท่านั้น แม้ใครมีเหตุผลดีกว่า แต่ถ้าไม่ถูกใจพวกมีอำนาจ .เหตุผลนั้นก้อเป็นแค่เรื่องเลื่อนลอย ถ้าใครมีกองกำลังและอาวุธ ที่เพียงพอ. มันก้อไม่ยากที่จะได้มาซึ่งอำนาจนั้นจึงจะทำอะไรก้อได้ตามที่พรรคพวกตัวเองต้องการ (อันนี้ว่าตามทฤษฎีไม่เชื่อไปถามบิ๊กตู่ว่าจริงไหม)บางคนโลกสวย. ก้อลงสมัครเลือกตั้งไง .ทำไมต้องมีกองกำลังและอาวุธด ้วย5555 งั้นต้องแนะนำให้อ่านและดูข่าวสารบ้านเมืองตอนนี้บ้างนะ . แต่เมื่อมันยังไม่มีอำนาจ. ก้อได้แค่เสนอว่าให้ยุบหรือยกเลิกคณะเภสัช แล้วให้หมอมาทำหน้าที่ด้านยาแทนเภสัชทุกอย่าง. เปิดรับหมอเพิ่มในสาขาใหม่นี้ เพื่อให้ได้คนเพียงพอทำงาน เมื่อแพทย์ยามาทำหน้าทีด้านยาทุกอย่างเหมือนเภสัช กฏหมายยาที่เป็นข้อห้ามข้อบังคับต่างๆ .พวกหมอหมอด้วยกันมันจะฟาดฟันกันอย่างไร .แต่มันก้อดูสมน้ำสมเนื้อ เพราะมันเป็นหมอเหมือนกันเป็นพวกคุมอำนาจในระบบสาสุขเหมือนกัน .มันจะฟาดฟันกันหรือมันจะสมยอมกัน เป็นเรืองที่ไม่มีใครเสียเปรียบใคร. ส่วนชาวบ้านก้อทำตามหมอสั่งไปสิ ก้อยาหมาหมอยังสั่งให้ชาวบ้านกินเลย .และถ้าหมอยืนกรานในคำสั่งใช้ยา. เภสัชก้อไปเปลี่ยนไม่ได้ แต่ถ้าแพทย์ยาและแพทย์รักษาโรคขัดกันเรื่องการสั่งใช้ยาใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบ .มันน่าติดตามมันไม่มีใครยอมใครอยู่แล้วทำไมก้อกูเป็นแพทย์ยากูก้อหมอเหมือนมึงไอ่สาส

ไม่ต้องมาแย้งหรอก .ตอนนี้ใครมีอำนาจก้อทำไปตามเหตุผลของพรรคพวกตัวเอง คนอื่นที่เขาไม่เห็นด้วยเขาก้อมีเหตุผลของเขา บอกแล้วไงไม่ได้สำคัญที่เหตุผล. เหตุผลมันก้อมีด้วยกันทั้งนั้น .สำคัญคือใครสั่งการได้ จบ
เมจิก พี
 
โพสต์: 286
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: Updateค่าตัวเภสัช เภสัชขาดแคลน"เรื่องเก่าๆที่เอามาโกหกตั

โพสต์โดย เมจิก พี » 21 ม.ค. 2019, 15:16

เภสัชขาดแคลน"เรื่องเก่าๆในวงการยาที่เอามาโกหกกัน???

ทำไมจึงกล่าวเช่นนั้น ในเมื่อตัวเลขจำนวนเภสัชยังน้อยกว่าตัวเลขจำนวนงานที่ต้องการเภสัช . อันนั้นก้อใช่อยู่แต่มันเป็นทฤษฎี ก้อเหมือนจำนวนประชากรหญิงทีมากกว่าจำนวนประชากรชาย และผู้ชายจำนวนไม่น้อยไปเป็นเพศที่สาม. แสดงว่าถ้าผู้หญิงต้องการ"มีผัว"ต้องแข่งขัน ต้องแย่งผู้ชาย มันก้อมีเรื่องแบบนี้ในวงสังคมบ้าง .แต่เป็นเพียงจุดเล็กๆ .เพราะผู้หญิงส่วนมากจะมีผัวก้อต้องเป็นฝ่ายเลือก แสดงว่าการเลือกก้อเหมือนสอบเข้า. มีผู้ต้องการมาก แต่รับเข้าได้น้อย มันก้อต้องมีการคัดเลือก .ผู้หญิงก้อทำแบบนั้น .ถามว่าทำแบบนั้นถูกต้องไหม. ถูกต้องครับ ต้องเลือกครับ. (นี่ขนาดนางมีโอกาสเลือกแล้วนะ. ยังมีเลือกผัวไปฆ่าญาติพี่น้องรวมทั้งตัวเอง4-5ศพ ให้เป็นข่าวบ่อยๆ บางคนเถียง. ก้อตอนเลือกไม่รู้ว่ามันจะเกิดเหตุการณ์อย่างนั้น
มันไม่ต้องรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรชัดเจนขนาดนั้นหรอก แต่ก่อนจะมีผัวมันต้องชัวร์ ต้องรู้ให้ได้ในสันดานคนที่จะมาเป็นผัว อย่าให้"ความคัน"มาบังสติ อย่าเอาที่พิมพ์นิยมตามกระแส คือมีหนวดไว้เคราแพะ พวกแบดๆ. แต่พวกนางส่วนมากจะชอบแบบนี้ นางว่ามีสีสรรค์ จริงของนางมีสีสรรค์ แต่เป็น"สีเลือด"สมใจพวกนาง) อ้าว!! แล้วที่บอกว่าหญิงมากกว่าชาย ชายต้องเป็นฝ่ายเลือกสิ เหมือนสอบเข้าไง5555. นั่นมันทฤษฎี แต่ชีวิตจริง เราต้องอยู่กะความเป็นจริงที่จับต้องได้ นั่นเป็นเรื่องของฝ่ายปกครองสำนักสถิติที่เขาบอกว่าจำนวนผู้หญิงมากกว่าจำนวนผู้ชาย แต่เขาจะว่าอะไรมันเรื่องของเขา. เราไม่ได้ประโยชน์อะไรด้วยกะตัวเลขตรงนั้นถ้าเราไม่ได้ขายผ้าอนามัยหรือธุรกิจที่เกี่ยวกะเพศ. แล้วมันเกี่ยวอะไรกะเภสัชขาดแคลน เรื่องเก่าๆในวงการยา .เกี่ยวสิ เกี่ยวเต็มๆเลย เราเห็นกันอยู่ประจำไม่ใช่เหรอ .รับเภสัชอายุไม่เกิน35-40-50ปี รับเภสัชเพศหญิง รับเภสัชมีใบประกอบฯ (มีปริญญาไม่รับ เพราะความรู้ไม่พอ หรืออาจารย์อาจสอนมาไม่ได้มาตรฐานเป็นที่ถูกใจคนให้ใบประกอบ เภสัชคนนั้นจึงไม่มีใบประกอบ อันนี้เป็นข้อสันนิษฐาน ที่ไม่ต้องการการชี้แจงขี้เกียจอ่านคำชี้แจงแบบโลกสวย. ที่มักจะชี้แจงไม่ตรงกะใจที่คนชี้แจงคิด .เหมือนพวกนักการเมืองและคนมีอำนาจที่ชอบบอกว่า .ทำเพื่อประชาชน ถุย ถุย ถุย5555)และอีกหลายเงื่อนไขในการคัดเภสัช ด้วยเหตุผลมันก้อต้องมีเหตุผลของตัวเองแหละ ขี้เกียจไปรู้ แต่มันเป็นการบอกให้รู้ว่าในชีวิตจริง .เภสัชยังต้องถูกคัด. ถูกเลือก .ถามว่าในความเป็นจริงของชีวิต ถ้ามันขาดแคลนจริง เราจะสามารถไปเลือกอะไรได้ไหม. แค่จะหามาให้ได้ยังไม่ค่อยจะมี ยังจะคิดจะเสือกไปเลือกอีก มันทำไม่ได้หรอก . แต่สิ่งที่เราเห็นในทุกเมื่อเชื่อวัน .มันมีการคัดเลือกเกิดขึ้นใช่ไหม .มันก้อเหมือนกะการที่ผู้หญิงเลือกผู้ชายมาทำผัวแหละ .มันเป็นการขาดแคลนทางทฤษฎีเท่านั้น ในความเป็นจริง มันไม่ขาดแคลน .บ้างก้อว่ามันขาดแคลนจริงในบางพื้นที่ ถ้าเป็นบางพื้นที่มันก้อต้องบอกว่าเป็นการขาดแคลนในบางพื้นที่เท่านั้น. แต่ที่เรารับรู้กันมาโดยตลอดว่าเภสัชขาดแคลน มันหมายถึงการขาดแคลนทั้งระบบ แต่ความเป็นจริงเราก้อเห็นกันอยู่ ว่ายังมีการเลือกเภสัชไปทำงานด้วยเหตุผลต่างๆ .ดังนั้นเรื่องเภสัชขาดแคลนจึงเป็นเรื่องเก่าๆในวงการยาที่เอามาโกหกกัน
เมจิก พี
 
โพสต์: 286
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: Updateค่าตัวเภสัช กดขี่ค่าแรง จำกัดอายุ ถึงเวลาแล้วหรือย

โพสต์โดย เมจิก พี » 17 เม.ย. 2019, 00:39

ว่าจะไปอัพเดทข้อมูลเลยกลางปีไปแล้ว แต่ไปอ่านเจอข้อเขียนโดนๆ แล้วมันคัน.ต ไม่สิคันไม้คันมือ รวมกับข้อเขียนของตัวเองที่บางคนอาจจะยังไม่ได้อ่าน เลยเอามายำรวมกัน อย่าเสียเวลาจัดไป...
คิดถูกทีลูกไม่เรียนเภสัช กดขี่ค่าแรงโคตรๆ


ผ่านมาเจอเวบนี้บังเอิญ ได้อ่านหลายเรื่องราวในนี้ ทำให้ต้องนึกขอบคุณเภสัชแถวบ้านที่ช่วยแนะนำลูกชายเพราะไปซื้อวิตะมินมากินบำรุงสมองบ่อยๆช่วงจะแอดมิชชั่น เภสัชเลยได้แนะนำหลายเรื่องเกี่ยวกะอาชีพนี้ ลูกชายจึงตัดสินใจง่ายขึ้น ไปเรียนวิศวะเครื่องกลที่เทคโนพระนครเหนือ เรียนประมาณ4ปีทำงานได้5-6ปีแล้ว เงินเดือนตอนนี้ร่วม6หมื่นแล้ว ตอนนี้กำลังจะไปศึกษาดูงานเพิ่มที่ญี่ปุ่น ยังคิดอยู่ว่า ถ้าลูกชายไปเรียนเภสัช ตั้ง6ปี ทำงานตอนนี้ เงินเดือนคงไม่กี่บาท เพราะเท่าทีผ่านตาเงินเดือนแค่2-3หมื่น รวมใบวิชาชีพ ถ้าไม่มีก้อไม่ได้เท่านี้ แถมที่เขาเรียกว่าแขวนใบ ก้อถูกสังคมด่าอีก เรียนก้อตั้งนานเงินได้แค่นี้ บางร้านให้120-130บาทเป็นรายชั่วโมง เห็นแล้วขำไม่ออก ช่างต๊อกต๋อยแท้เภสัช น่าจะถูกกดขี่ค่าแรงอย่างมากๆๆ ต่างกะลูกผมที่เรียนวิศวะทำงาน5-6ปีเงินเดือนไปร่วม6หมื่นแล้ว ไม่ได้เอาลูกมาอวด หรือเอาวิชาชีพมาเปรียบเทียบกัน แต่เห็นว่าในสังคม มันน่าจะเป็นธรรมในเรื่องรายได้ให้มากกว่านี้ จะบอกว่าสายการแพทย์เป็นสายคุณธรรม จะเรียกร้องเอาเงินทองจากชาวบ้านมากไม่ได้ แปลว่าจะทำดีต้องยอมมีรายได้น้อยด้วย มันใช่เหรอ แต่ผมว่า กดขี่ค่าแรงชัดๆแล้วอ้างคุณธรรม แหมเป็นไปได้ ค่าแรงรายชั่วโมง120-150บาทเรียนตั้ง6ปีแขวนใบ ก้อโดนด่า จะมีรายได้เพิ่มต้องมีใบวิชาชีพ ดีแล้วที่ลูกผมไปเรียนวิศวะต้องขอบคุณเภสัชแถวบ้านที่แนะนำ ไม่งั้น คงเจอกดขี่ค่าค่าแรงแน่ๆ

เอาต่ออีกข้อเขียนเจ็บๆ

ไปอยู่ที่ไหนมา. นี่พ.ศ ไหนแล้ว




ลูกค้าชายบ้าง หญิงบ้าง มาถามหายาธาตุน้ำขาวกระต่ายบิน ขนาดที่มักขาย40กว่าบาทตอนนี้ บางร้านอาจขายถึงกว่า50บาท แต่ลูกค้าบอกเคยซื้อแค่25บาท เจ้าของร้านบอกแต่ก่อนอะใช่ แต่ตอนนี้มันปรับราคาขึ้นไปเป็นปีแล้ว ลูกค้าก้อยังต่อขอซื้อราคาเดิม คนขายเลยปากคว่ำ มองบน!!

มาอีกลูกค้าชายหญิงอีกชุด มาขอซื้อยาน้ำระดมพลแกว่า เคยซื้ออยู่ขวดละ15บาท เจ้าของร้านบอกขายไม่ได้แล้ว เดี๋ยวนี้30กว่าบาทแล้ว ลูกค้ายังยืนกรานราคาเดิม15บาท เจ้าของร้านปากคว่ำมองบนอีกรอบ

ค่าใบเคยจ้าง5-7000บาท เจ้าของร้านบอกเภสัชเจ้าของใบ เภสัชบอกเรทตอนนี้มันหมื่นอัพไป2-3ปีแล้ว เจ้าของร้านบอกเขายังจ้างราคานี้ ขอราคานี้ เภสัชปากคว่ำมองบนบ้าง

อยากขายของราคาปัจจุบัน อยากซื้อของอยากจ้างราคาอดีต

คิดเหมือนผมเลยผมไปซื้อทอง ขอต่อราคาทองรูปพรรณที่บาทละ8000เจ้าของร้านทองไม่ใช่แค่ปากคว่ำมองบน ด่าไล่หลัง แล้วให้ลูกจ้างมาเชิญตัวผมออกจากร้านไปไวๆเลย มึงไปอยู่ที่ไหนมา นี่พ.ศอะไรแล้ว แม้นายกอาจเป็นคนเก่าไปอีก20ปี แต่ข้าวของราคามันไม่เคยเก่าเลยนะ ราคาใหม่ตลอด อาจมีเอ่งชิ้ว ช่วงแรก แล้วก้อไปโลด

อีกซักเคสเข้าได้ดีอย่างมากกะชื่อหัวข้อนี้เลย...ไปอยู่ที่ไหนมา...

บริษัท....จำกัด เปิดดำเนินกิจการมาเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งได้ดำเนินกิจการร้ายขายยา ทั้งขายปลีก และขายส่ง ยารักษาโรค เภสัชภัณฑ์ เครื่องมือแพทย์ เครื่องมือที่ใช้ทางวิทยาศาสตร์ และอาหารเสริม ซึ่งบริษัทกำลังขยายกิจการอีกหลายสาขาทั้งใน กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จึงมีความประสงค์ต้องการบุคคลากรที่มีศักยภาพมาร่วมงานเพื่อนำองค์กรพัฒนาก้าวหน้าเป็นด้วยกัน
สวัสดิการ
1.ประกันสังคม
2.กองทุนเลี้ยงชีพสำรอง
3.ค่าทำงานล่วงเวลา ชั่วโมงละ 100 บาท
4.ค่าใบประกอบวิชาชีพ 5,000 บาท
.
.
.
สถานที่ปฏิบัติงาน
แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว จังหวัดกรุงเทพมหานคร
อัตรา เงินเดือน
1 อัตรา
15,000 - 20,000 บาท
คุณสมบัติผู้สมัคร
เพศ ชาย / หญิง
อายุ 20 ปีขึ้นไป
ปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์


http://www.jobthai.com - 20 เมษายน

ส่งท้ายด้วย...นี่เลย


รายได้ขั้นต่ำ 43,000 บาท +++อีกมากมาย พร้อมสู้ค่าประสบการณ์เต็มที่

ถูกใจประกาศนี้มากถึงมากที่สุด เพราะตั้งแต่อ่านประกาศหางานมาเป็นพันประกาศ ไม่เคยเจอประกาศที่มีข้อความแบบนี้ "พร้อมสู้ค่าประสบการณ์เต็มที่"
อย่างมากแค่"ไม่จำกัดอายุ"ก้อหรูแล้ว แถมเวลาไปติดต่อจริง กลับมีเงื่อนไขข้ออ้างที่ทำให้เภสัชอายุเกิน40-50ลำบากใจ. อย่างเช่น ให้มีทรานสคริปประกอบใบสมัคร ส่งไปทางอีเมลด้วย โอโฮจบมาเป็นสิบๆปี ทรานสคริปมันหายไปไหนแล้ว จะไปหาที่ไหนมานำเหนอให้พวกบริษัทข้ามชาติวะ บ้างก้อว่าคนแก่อายุ40-50ไม่มีแรงช่วยยกของในร้าน หรือทำงานอย่างอื่น นี่ก้อเว่อเกินเหตุ เขาอายุเกินแต่เขาก้อไม่ใช่คนแก่อายุ80 แม้คนแก่บางคนอายุ80แต่อาจจะแข็งแรงกว่าพ่อแม่ของพวกhr.ข้ามชาติก้อเป็นได้ บ้างก้อเผยธาตุแท้ของบริษัทว่ากลัวสู้ค่าแรงไม่ไหว
สรุปว่า ที่ประกาศไม่จำกัดอายุของบางบริษัท แต่พอติดต่อจริงกลับสร้างเงื่อนไขเป็นกำแพงต่อต้านพวกอายุเกิน35. แสดงว่าพวกมึงตอแหลแน่นอน จะมาอ้างว่า มาคุยปรับยืดหยุ่นกันได้ นี่เขาเรียกแก้ตัวเพราะตอนส่งข้อความเรียกตัว มันระบุชัดว่าต้องมีสารพัดหลักฐานแล้วใครจะไปทราบหรือไปกล้าต่อรองว่านี่นี่นี่ไม่มีได้ไหม สรุปอีกทีพวกมึง"ปลอมคร่า"
ใครจะเปิดรับเภสัช สมัครและสัมภาษณ์ เข้าทำงานไปในตัวเลย ไม่ต้องมานั่งบ้าเขียน"เรซูเม่ซีวี"ให้เสียเวลาและงมงาย คุณอยากรู้ไรถามเภสัชไปเลย ถ้าเภสัชที่เขาทำงานจริงมีประสบการณ์เขาตอบได้เห็นภาพเลย เรซูเม่มันแต่งเรื่องโม้ยังไงก้อได้มันมีเวลามโน มีแต่พวกจบ...ที่บ้าเรซูเม่นิซึ่มไอ้พวกจบ...มันโลกสวยบ้าทฤษฎี ถ้าจบ...มันดีจริงคงไม่มีบริษัทไหนเจ๊ง เพราะผู้บริหารมักจบ...ทั้งนั้น นายเก่าของผมบอกว่าวิชา...คือวิชาถุยสสส เอาไว้คุย เอาไว้เลื่อนตำแหน่ง แต่ไม่มีอะไรในกอไผ่



จากเรื่องราวที่ได้โพสไว้ข้างต้น สารพัดเรื่องเรื่องราวการติดขัด ความไม่เป็นธรรม การจำกัดโน่นนี่นั่น ทั้งหมดมันเป็นสิ่งที่เจ้าของงาน เจ้าของเงินเขาทำได้ไม่ผิดกฏหมาย แล้วเราพอใจที่จะยอมรับสภาวะกินน้ำใต้ศอก เป็นหมาเดินตามนาย เป็นคนใช้ต้องทำตามคำสั่งนายจ้างอย่างนี้ไปตลอดแม้ไม่เห็นด้วยใช่ไหม แต่เพื่อการ"อยู่เป็น"และอยู่รอด ยอมเปลี่ยนทัศนคติเชียร์อาหารเสริม ตอบข้อสัมภาษณ์เรื่องอาหารเสริมเอาใจเจ้าของงาน ไล่ต้อนลูกค้ามา ทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อหายอด ยามไฟลนก้น จะทนกันแบบนี้ตลอดไปหรือ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราควรจะประกาศความเป็นไท เป็นตัวของตัวเองตามศักยภาพของวิชาชีพ จะทำเองหรือรวมกลุ่มกัน ก้อได้เพราะตอนนี้มีช่องว่างทางการค้าเยอะมาก หลายร้านยารุ่นเก่าที่ไม่สู้GPPเลิกไป ตอนนี้มีบริษัทเจ้าของร้านยามาเสียบแทน พวกเราจะปล่อยโอกาสทองให้บริษัทพวกนี้มันเอาไปกินเหรอ GPPมันไม่ยาก ทุนก้อไม่ยาก ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์มากมาย หาทำเลเลย ดักด้านนอก ใกล้แหล่งการค้าหรือห้างต่างๆ หรือละแวกชุมชน ชาวบ้านเจอเราหาเราพบเราง่ายกว่ามาก ต้องทำแล้วครับ โอกาสมาแล้ว จะมัวมารอค่าแรง120-130-150 เงินเดือนรวมใบแค่3-4หมืนเรียนตั้ง6ปี วิศวะเรียน4ปีจัดไปเกินครึ่งแสนแล้ว เภสัชมัวทำไรอยู่วะ???

Note: ผมมาดูข้อเขียนของตัวเอง โอโฮมีคนอ่านเยอะเหมือนกันอาจไม่ใช่เยอะที่สุด แต่มีคนพูดถึงข้อเขียนของผมน้อยที่สุดหรือไม่พูดเลย ผมคาดว่า ที่เขาไม่พูดเพราะเขาไม่เห็นด้วยแต่เขาอ่าน อีกประการหนึ่งคือ ข้อเขียนผมเหมือนเอาความคิดในใจมาให้อ่านแต่พูดออกสาธารณะไม่ได้ เปรียบเหมือน เช่นในใจเราเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง หุ่นอย่างถังแก๊ส ก้นอย่างกะละมัง แต่เราพูดออกไปได้ไหม หรือหัวหน้าเราปากเหม็น เรากล้าพูดไหม
อ้อผมเห็นเฟส"เภสัชและชาวบ้าน36++"ลองไปรวมตัวกันพูดคุยเรื่องงานที่จะร่วมสร้างที่เฟสนั้นน่าจะได้มังครับ
แก้ไขล่าสุดโดย เมจิก พี เมื่อ 25 เม.ย. 2019, 23:50, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง.
เมจิก พี
 
โพสต์: 286
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: Updateค่าตัวเภสัช กดขี่ค่าแรง จำกัดอายุ ถึงเวลาแล้วหรือย

โพสต์โดย เป็นหนึ่ง » 17 เม.ย. 2019, 17:38

ตอนนี้เค้าแข่งกันลดค่าตัวเภสัช พอๆกับแข่งขันกัน ขายยาราคาถูก ลดต้นทุน ด้วยการกดค่าตัว และค่าแรง รายชั่วโมงไว้ ร้านยาถึงได้ทยอยปิดตัว กันเป็นแถว ที่จริง ร้านไหนให้ต่ำๆ เราก็แค่อย่าไปทำมัน อยู่ที่ความพอใจรายบุคคลด้วย ที่คุณ เมจิก พี พูดมามันก็เหมือน กับการเมือง น่าเบื่อ น้ำเน่า พูดไปก็เท่านั้น ในเมื่อสังคมคนไทย หรือเภสัชกร
ส่วนมาก ยังเป็นอยู่แบบนี้
เป็นหนึ่ง
 
โพสต์: 89
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 มี.ค. 2011, 21:50

Re: Updateค่าตัวเภสัช กดขี่ค่าแรง จำกัดอายุ ถึงเวลาแล้วหรือย

โพสต์โดย เมจิก พี » 22 เม.ย. 2019, 13:32

ใครจะลดค่าตัว กดค่าแรง สร้างกำแพงกีดกันเพื่อลดคุณค่าความเป็นวิชาชีพเภสัชกรรมช่างบิดามารดามัน(หลายเจ้าของงานสงสัย ชั้นไปลดคุณค่าวิชาชีพตรงไหน แหมทำเองดูไม่ออกเหรอ เหมือนเงิน10บาท เมื่อไม่นานนี้เอง ยังขึ้นรถแอร์ขสมก.ที่ไม่ใช่รถร่วมได้1เที่ยว แต่ต่อไปอาจจะไม่ได้แล้ว เพราะเขาปรับราคา เช่นกัน จบเภสัชมีใบประกอบฯ บางที่ไม่พอแล้ว แม้ในโรงพยาบาลรัฐบางแห่งยังต้องสอบtoeicให้ได้ไม่ต่ำกว่า400 แต้ม ไม่นับรวมจํากัดอายุ หรือบางที่มีจำกัดเพศ พูดต่างด้าวได้ เป็นโปรแกรมโน่นนี่นั่นได้ เพื่อตอบโจทย์สนองตัณหา และร้อนวิชาบ้าอำนาจของคนที่สั่งการได้ กล้าวัดกันไหมล่ะ ว่าพวกที่มีคุณสมบัติอย่างที่พวกมีอำนาจมันกำหนด มีความสามารถในการทำงานในสาขาเภสัชกรรม บริบาลเภสัชกรรมเหนือกว่าพวกที่ไม่มีคุณสมบัติตามที่พวกบ้าอำนาจมันกำหนด มีเปเปอร์หรือมีใครเคยทำcase study ไหมว่าพวกที่มีคุณสมบัติอย่างนั้นเก่งกว่าพวกที่ไม่มีคุณสมบัติ แบบนั้น กล้าวัดความสามารถในการทำงานไหมล่ะ มาแข่งกะผมไหมล่ะ ถึงแม้หลายคนอาจไม่เก่งเท่าพี่สมเฮง พี่ร้านเขียวมะกอก พี่ร้านเรือนยา หรือหัวหน้าห้องยาโรงพยาบาลประสาท แต่เปิดสนามแข่งวัดการทำงานไหมล่ะ ผมจะไปสมัครด้วย สติปัญญาผมจบเกียรตินิยมสถาบันเดียวกะไอ้น้องญาติเจ้าของห้างดังที่ชอบออกกฏระเบียบเผือกร้านค้าเช่าทั้งที่เขาไม่ใช่พนักงานห้างมึง แต่มึงก้อออกกฏระเบียบเผือกเขาเหมือนเขาเป็นคนของมึง และผมเคยสอบติดหมอแต่ไม่ไปเรียนนอาจจะด่าว่าไปแย่งที่ ทำเป็นดราม่าไปได้ ไม่ไปเรียนเขาก้อเอาคนอื่นเรียกตัวไปเรียนแทนไม่เสียที่นั่งใคร เพียงแต่ผมไม่ใช่พวกบ้าหมอ ผมกะหมอ เหมือนน้ำกะน้ำมันที่อิมันสิไฟอิ้งเอเจ้นยังยอมแพ้ สรุปว่าผมท้าแข่งการทำงานกะพวกที่ผ่านกฏระเบียบของพวกคนมีอำนาจครับ )ดังนั้นเภสัชทุกท่าน ที่จะอยู่ทีมผมหรือไม่ก้อตาม ผมจะเปิดอีกกระทู้ให้พวกท่านที่อายุ36-มากกว่า60ไปลงชื่ อ ให้เบอร์ติดต่อและอำเภอ จังหวัดที่ท่านอยู่ เพื่อให้ได้มีการติดต่อนัดแนะรวมตัวสร้างธุรกิจที่ไร้ข้อจำกัด ขอให้ทุกท่านมีวิชาชีพเภสัชกรรมอย่างเดียว ไม่ต้องมีใบประกอบ เพื่อ ให้ผู้ที่มีความคิดอย่างเดียวกันได้ติดต่อนัดแนะกันเพื่อสร้างธุรกิจเภสัชกรรมที่ไม่มีข้อห้ามหรือกำแพงใดๆ เชิญครับมารวมตัวสร้างธุรกิจเภสัชกรรมกันครับ
เมจิก พี
 
โพสต์: 286
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: Updateค่าตัวเภสัช นึกว่าจะแน่...ปล่อยผีต่ออายุใบ

โพสต์โดย เมจิก พี » 26 ส.ค. 2019, 06:27

จากการที่ยังมีเภสัชใกล้EXP. อยู่เหยียบหมื่น ผู้เกี่ยวข้องที่มีอำนาจ ได้พยายามหาสารพัดวิธี ที่จะลดจำนวนเภสัชใกล้EXP.ให้เหลือน้อยที่สุด หรือเป็นศูนย์ได้ยิ่งดี(ปล่อยผี) ในความคิดส่วนตัว(เพราะขี้เกียจฟังคำชี้แจงของคนมีอำนาจว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น จึงต้องบอกว่า เป็นความเห็นที่ผมคิดเอง) ถ้าเภสัชEXP.คือ(เก็บแต้มและอื่นๆไม่ได้อย่างใจผู้มีอำนาจ)อาจจะเสียภาพลักษณ์เภสัช(ในสายตาคนนอกว่า) ว่าทำไมมีคนคุณภาพ(เก็บแต้มได้ตามเกณฑ์)น้อย หรืออาจทำให้หน่วยงานต่างๆหาเภสัชทำงานไม่ได้เพราะคุณสมบัติไม่ครบ อาจจะเกิดผลเสียมากต่อวงการยาของ ประเทศไทย หรืออาจจะมีคดีความฟ้องร้องว่าไปยุติการใช้ใบประกอบฯของพวกเขา อาจจะขัดต่อกฏหมายนั่นโน่นนี่ก็ว่าไป หรืออาจจะเกรงใจเภสัชอาวุโสมียศตำแหน่งใหญ่โต ที่ไม่ค่อยได้เก็บแต้ม หมดอายุไปด้วย ทั้งหมดนี้เป็นความคิดส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกะใคร
สายข่าวรายงานว่า ผู้มีอำนาจ ที่มีอำนาจทำให้เภสัชหมดอายุ (ก่อนหน้านี้ ผมคิดเองอีกละว่า คนมีอำนาจได้พยายามแจกแต้มให้เภสัชเก็บง่ายๆให้มากที่สุด คือทำอะไรก็ได้แต้มว่างั้น )ล่าสุด ได้ยกเลิกกฎเกณฑ์ที่ว่า ต้องเก็บให้ได้อย่างน้อย10แต้มต่อปีออกไป คือถ้าครบ5ปี เก็บได้100แต้มอย่างเดียว เป็นพอ แม้บางปีอาจจะไม่มีแต้มหรือมีไม่ถึง10แต้มก็ไม่เป็นไร เขาว่าเฉพาะรอบ5ปีนี้ (จะทำได้จริงเหรอว่าแค่เฉพาะรอบ5ปีนี้อะ)เขาว่าเมื่อกฏเกณฑ์มันง่ายขึัน ก็เลยทำให้เภสัชที่ใกล้หมดอายุ เหลือแค่2พันคน ลดลงไปเยอะ ก็ดูต่อไปว่าคนมีอำนาจจะแสดงกำลังภายใน ให้เภสัชที่ใกล้หมดอายุ ที่เหลือแค่2พัน กลายเป็นเภสัชมีอายุขึ้นมาใหม่หรือไม่ (แหมมันง่ายจะตายไป กฎเกณฑ์อำนาจอยู่ในมือ) สายข่าวว่า คล้ายลูกหนี้NPL จ่ายหนี้น้อยกว่าลูกหนี้ดี มันช่างยุติธรรมเนอะ คนมีวินัย เสียเปรียบคนไร้วินัยอย่างนี้นี่แหละไทยแลนด์? ก็เภสัชที่มีวินัยมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและเคารพกฏระเบียบ 3-4ปีที่ผ่านมา ต้องจัดสรรเวลา ของตัวเองและครอบครัว มาเก็บแต้มอย่างน้อย10แต้มทุกปี แทนที่จะใช้เวลาไปทำอย่างอื่นที่สะดวกและมีความสุขกะตัวเองและครอบครัว ถ้าเป็นอย่างนี้แต่แรกคือยกเลิก10แต้ม เภสัชก็ไม่จำเป็นต้องแบ่งเวลาในแต่ละปี แต่อาจจะใช้เวลา สักช่วงหนึ่ง ในปีเดียวเก็บแต้มรวดเดียวไปเลย มันสะดวกกว่าเยอะ เหมือนเราจะไปธุระนอกบ้าน ก็ลิสรายการมาเลย ว่าจะทำอะไรในการไปออกไปครั้งนี้เลย จะได้ไม่ต้องเข้าๆออกๆ หรือต้องใช้เวลาหลายๆวัน มันสิ้นเปลืองหลายอย่าง บอกแล้วไงคนมีวินัยเสียเปรียบคนไร้วินัย
ใครที่เคยติดตามข้อเขียนของผม ผมเคยเขียนท้าทายไว้ว่า คนมีอำนาจจะกล้าฟันเภสัชให้หมดอายุไหม มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่ต้องเฉลยมั้ง ตอนแรกผมคิดว่าจะแน่คือกล้าฟัน 555 แต่เขาคงจะแน่สิ ไม่งั้นจะยกเลิก10แต้มต่อปีได้ไง 555 อีกที
ดีใจจริงโว้ย!!! เภสัชยังมีใบฯไปทำงานต่อได้อีก5ปี ผมไม่เชื่อหรอกว่า ใน5ปีที่สอง เขาจะทำแบบนี้อีก ผมไม่เชื่อ จริงจริงนะ555

แต่ที่ผมต้องจำใจเชื่อ คือการจำกัดเพศ และจำกัดอายุ ถ้าพวกเราไม่สนับสนุน คือไม่ไปสมัครงานกะพวกจำกัดสิทธิมนุษย์พวกนี้ เรื่องแบบนี้มันจบไปนานแล้ว ต้องโทษพวกเรา ที่ยังไปสมัครงาน กะพวกนี้ เรื่องจำกัดเพศและจำกัดอายุจึงไม่หมดไป บอกเลยว่า พวกเราทำลายโอกาสงานของตัวเองในอนาคตจนหมดสิ้นแล้ว ท่านแน่ใจเหรอว่าตอนอายุเลย35 ท่านจะไม่ไปสมัครงานที่ไหนแล้ว ท่านแน่ใจเหรอว่าท่านจะแปลงเพศไปเป็นเพศที่พวกจำกัดสิทธิมนุษย์มันต้องการ ท่านแน่ใจใช่ไหม
ขอแทรกข่าวตรงนี้:สายข่าว(อีกแล้ว)คนเดียวกะที่แจ้งข่าวเรื่องยกเลิก10แต้ม แกขยันหาข่าวจริงๆแต่ข่าวจากสายข่าวเพื่อนผมคนนี้ จริงแท้แน่นอนเสมอ เพราะแกไปสัมผัสเจ้าของข่าวเลย. สายข่าวแจ้งว่า ร้านยาแถวสมุทรปราการบางร้านที่มีการจ้างบางเวลา เจ้าของร้านหญิง(คล้ายทอม)หรืออาจเป็นคนมีอำนาจในร้านเหมือนเป็นคนใจร้อนมาก ส่วนคนช่วยงานเป็นหญิงก็ดูมีนัยแอบแฝงไม่จริงใจ ค่าจ้างถ้าลองหารเฉลี่ยเป็นรายชั่วโมงน่าจะต่ำกว่าที่ควรจะเป็นมากๆ สรุปว่า อย่าไปยุ่งกะร้านนี้
ส่วนอีกร้านแถวเยาวราช(ใกล้ขนส่งทางพิเศษ555)จขรย.หรืออาจเป็นคนมีเพาเวอร์ เป็นหญิงเช่นกัน ดูจะเป็นคน"เยอะ"และอาจไม่ไว้ใจใครง่ายๆ ใครจะไปสมัครคิดเอาเองว่าเราโอเคไหม แต่แนะนำให้ถอยห่าง มีสบายๆกว่านี้ที่จขรย.มีอัธยาศรัย
แก้ไขล่าสุดโดย เมจิก พี เมื่อ 08 ต.ค. 2019, 22:08, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เมจิก พี
 
โพสต์: 286
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: Updateค่าตัวเภสัช รายได้ขั้นต่ำเท่านี้ ไหวไหม แล้วแต่you

โพสต์โดย เมจิก พี » 08 ต.ค. 2019, 22:07

ผมเคยคุยกับจขรย.แถวสมุทรปราการ(คนละร้านกะที่โพสด้านบน) เขาให้รายชั่วโมง150บาท ผมถามว่าถ้าเภสัชอยู่ที่อื่นเช่นนนทบุรี หรือสาย4อยากมาทำจะต่อรองค่าจ้างได้ไหม เขาบอกว่า เขาต้องการเภสัชที่อยู่แถวนั้น(งั้นมรึงไม่สิต้องสุภาพหน่อยงั้นคุณก็ต้องหานานหน่อยหรือหาต่อไปเพราะไม่open)ความจริงในใจเขาอาจจะคิดว่า"กูให้เรทนี้เรทเดียวไม่ว่าพวกมรึงจะอยู่ที่ไหนของโลก"หรือจขรย.นี้อยากจะเลี่ยงสันสกฤต. คือไม่ต้องการให้ต่อรองก้อเลยแถว่ารับเฉพาะเภสัชที่อยู่แถวนั้น จขรย.ทั้งหลายอาจคิดคล้ายๆกันคือจ้างเรทนี้ต้องเรทนี้เท่านั้น ไม่ต้องต่อรอง เพราะเขาบวกลบคูณหารมาแล้ว. ก้อเป็นเรื่องของเภสัชที่จะไปทำงานต้องคิดเอาเองว่า เรทจ้างรายชั่วโมงเท่านี้ จำนวนชั่วโมงทำงานต่อวันเท่านี้ คุ้มค่าที่เราจะเสียเวลาอาบน้ำแต่งตัว รวมกะค่าเดินทาง ค่าแรง ค่าเสียเวลาไปทำงานให้หรือไม่ แต่ต้องขอย้ำว่า"เรทรายชั่วโมงขั้นต่ำคือ150บาท จากการคำนวณมาแล้วอย่างดี ไปหาย้อนดูได้ผมโพสไปนานแล้ว
(เภสัชที่มีประสบการณ์บริบาลเภสัชกรรม จากทีมีการจ้างจริงในเวลานี้มาเฉลี่ยได้ประมาณนี้ ปสก.16-20ปี++ เรทที่170-200+/ชั่วโมง
ปสก.10-15ปี เรท160-170/ชั่วโมง
ปสก.6-10ปี เรท 150-160/ชั่วโมง
ปสก.น้อยกว่า6ปีลงมาประมาณ150/ชั่วโมง)ใครจะจ้างต่ำกว่านี้ มันเรื่องของเขา เราก็เฉยซะ ถ้าเราไปยอมรับอย่างที่เภสัชเห็นแก่ได้ เห็นแก่ตัว. ไร้สติ ไร้วิสัยทัศน์บางคนทำอยู่ตอนนี้ พวกเราส่วนมากก็จะไม่ได้อะไรเลย ต้องต๊อกต๋อยย่ำอยู่กะที่กะค่าแรงต่ำๆไปตลอดชาติ ไม่มีใครมาช่วยด้วย เพราะพวกเราทำลายกันเองขัดขาแทงข้างหลังกันเอง เพราะความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ครอบครัวตัวเอง ไม่นึกถึงเพื่อนร่วมวิชาชีพเรือนหมื่น รวมถึงความเห็นแก่ตัวในเรื่อง ที่เห็นว่า ร้านหรือโรงพยาบาลอยู่ใกล้โรงเรียนลูก หรือใกล้บ้านตัวเอง โดยไม่สนใจคนในวิชาชีพเขียวมะกอกด้วยกัน ก้อไม่ต้องไปเรียกร้อง ค่าจ้างที่เหมาะสมกะใครเพราะพวกเราฆ่ากันเองมันก้อเป็นกันซะอย่างนี้ จขรย.เขารู้ไต๋ดีว่าพวกเรามันมีจุดอ่อน เขาจึงไม่จ้างแพง เพราะเดี๋ยวก็จะมีไอ้พวกเภสัชเห็นแก่ตัว มาติดเบ็ด เพราะร้านกูคงต้องอยู่ใกล้บ้าน หรือใกล้โรงเรียนลูกของไอ้พวกเภสัชเห็นแก่ตัวบางคน ก้อจ้างมันแค่120-130บาท/ชั่วโมง เดี๋ยวพวกมันก็แห่กันมาเอง555 ถ้าไอ้เภสัชคนไหนจะมาต่อรอง ก้อบอกมันว่า "คนก่อนก้อจ้างเท่านี้ จบ." ก้อจ้างเท่านี้จริงๆ ไงล่ะพวกเราคิดเอาเองนะ พวกรักใกล้บ้าน รักลูกมากกว่ารักในการยกระดับวิชาชีพ อีกไม่นานค่าแรงอาจจะต่ำกว่า พยาบาล รวมทั้งพวกหมอสัตว์ด้วย ทั้งที่คะแนนแอดมิชชั่น(บางคนว่าห้ามเปรียบเทียบกันเพราะสอบไม่เหมือนกัน)เอางี้ มูลค่าวิชาชีพทางสังคมมันต่างกันอยู่แล้ว. ดูเหมือนว่าหมอสัตว์รายได้จะมากกว่าแล้ว ส่วนรายได้พยาบาลก้อหายใจรดต้นคอเภสัชอยู่ เอาซี่ ใครจะอยู่วิชาชีพนี้ต่อหรือใครจะให้ลูกหลานไปเรียนหมอสัตว์ดีกว่า? จัดไปครับ
ทิ้งท้ายอีกนิดว่า สำหรับพวกรายเดือน มาตรฐานขั้นต่ำเรทนี้ครับ "5 วัน8ชั่วโมง(บางร้านพักในเวลาไม่คิดแยก)หรือ8พัก1 =26,500บาท ไม่รวมใบ
ค่าใบฯ10,000-12,000-15000( 20,000บางที่แต่ให้ระวัง)ยังมีให้5000จริงๆในพ.ศ2562!!!
(26500/(22x8)=150.57บาท/ชั่วโมง) ส่วนใครที่ไม่ตรงกะเรทนี้ก็ลองหาทางคำนวณเปรียบเทียบกันเอง อย่าไปหลงกะตัวเลขจอมปลอม4-5หมื่น แต่ให้ทำงานเป็น10ชั่วโมงกว่าต่อวัน6วันต่อสัปดาห์ รวมค่าหยิบ ค่าคอม ฯค่าจอมปลอมโน่นนี่นั่น อย่าไปสนใจครับ พวกนี้อาจจะเป็นพวกเดียวกะ"เสี่ยทอปนักธุรกิจหมื่นล้านจอมปลอม กะแม่มณี(เดียร์) แม่มะนาว สร้างภาพหลอกเหยื่อสวยหรู ให้รอโอนเงิน ไม่โอนซักที.ให้มาร่วมเล่นแชร์ ดอกร้อยละ93 จ่ายให้เดือน2เดือนแล้วเงียบหายไปทั้งต้นทั้งดอก"

ตัวเลขรายได้ที่บอกไว้นี้เป็นตัวเลขขั้นต่ำ เภสัชที่ทำสาขาอื่นนอกจากร้านยา นำไปเป็นแนวทางได้ครับ ไม่ต่างหรือใช้ตัวเลขเดียวกันเลยก็ได้อยู่ ยกเว้นพวกราชการพวกนี้เขามีกฏเกณฑ์และวัฒนธรรมที่ครอบงำ โดยมีอำนาจรัฐ และคนใช้อำนาจรัฐ ออกกฏระเบียบ เขาปกครองตามลำดับชั้น ห้าม"หืออือ"และห้ามประชาชนหืออือหรือไม่ ไม่รู้ แต่มี กฏหมายความมั่นคง กฏหมายหมิ่นสารพัด และกฏหมายการกระทำความผิดทางเทคโนโลยี่เอาไว้ปิดปาก เอาไว้จัดการพวกหืออือหรือไม่ไม่รู้ อีก(ข่าวล่ามาช้าแจ้งว่าคนโตบางคนในแวดวงนี้ ไม่อยู่กะพวกเราแล้ว เกี่ยวกะกัญชาหรือไม่ก้อไม่รู้ เพราะไม่อยากรู้ ไปแล้วก้อดีแล้วหรือไม่ ไม่รู้อีกเช่นกัน555559)
พวกเภสัชในราชการอย่าไปยุ่งกะรายได้เขาเลย เขามีกฏเกณฑ์และการสั่งการเป็นเรื่องภายใน เข้าถึงได้ ปรับเปลี่ยนได้ถ้าไปเล่นการเมือง แล้วได้ตำแหน่งระดับบิ๊ก!!!

เพิ่มเติมอย่างนี้ สำหรับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มีโอกาสหรือถูกใจที่ไปจะทำงานร่วมกะบรรดาจขรย. ทั้งใช่และไม่ใช่เภสัชเป็นเจ้าของ และมักจะมีประกาศเชิญชวนให้ไปร่วมงานด้วยคำว่า"เจ้าของร้านใจดี หรือ อยู่กันแบบพี่น้อง หรือทั้งใจดีและอยู่กันแบบพี่น้อง" ลองทำที่ผมจะว่าดังต่อไปนี้ครับ
1.เมื่อทำงานไปซัก2-3เดือนหรือตามความเหมาะสมหรือสะดวกของแต่ละคน ให้ขอเจ้าของร้าน ปรับค่าจ้างเพิ่มตามที่เราต้องการ ถ้าเจ้าของใจดี หรืออยู่กันแบบพี่น้องจริง จะได้มากหรือได้บ้าง ยังไงแล้ว"ต้องได้"นี่สิถึงจะใจดีจริง และถ้ามีโอกาสอันควรก้อควรขอเพิ่มค่าจ้างอีก
2.ขอลาหยุดตามเราสะดวก และมาทำงานตามเราสะดวกด้วยเผื่อว่าวันไหนฝนตก หรือโลกจะแตก หรือมีรถถังออกมาวิ่ง เราอาจจะมาหรือไม่มาหรือมาสายได้ตามประสาพี่น้องคุยกันได้ยืดหยุ่นกันได้ใช่คนอื่นไกล ถ้าเราได้ตามต้องการ นี่สิ ถึงจะอยู่แบบพี่น้อง และใจดีจริง
3.ถ้าไม่เป็นไปตามข้อ1.และข้อ2.ก้อสรุปว่า คนพวกนี้ประกาศ"หลอกลวงชาวโลก"ดูถูกและเห็นพวกเภสัชเป็นพวกโง่ พวกไร้ความคิด พูด บอกอะไรก้อเชื่อ โง่ชิบห.."เราจะยอมเป็นอย่างนั้นเหรอ ถ้าไม่ยอม ใครที่ประกาศหลอกลวงชาวโลกแล้วไม่ทำตามที่ประกาศไว้ ถ้าเราไม่ฟ้อง ปอท. เราต้องเอาพวกนี้มา"ประจาน"ครับแล้วประหารด้วยเครื่อง"ประหารหัวตัวเงินตัวทอง"!!!


ไหนๆจะเพิ่มเติมแล้ว เอาให้สุด บางร้านให้ผลตอบแทนดีมากๆ 5-7 หมื่นกว่า ต่อเดือน โดยรวมโน่นนี่นั่น และมี เงื่อนไข รายละเอียด ข้อกำหนด สิ่งที่เภสัชต้องมีต้องทำ สิ่งที่ร้านอยากจะได้อยากจะให้เป็น จากผลการทำงานในร้านของ ตัวเภสัช และอื่นๆอีกพอสมควร ร่ายยาวเป็นหางว่าว ก็โอเค ชัดเจน แฟร์ดี ไม่ต้องมามีปัญหากันตอนหลัง แต่ทำไมยังหาเภสัชไปทำงาน ไม่ได้ ทั้งๆที่ค่าตอบแทนเกินครึ่งแสน!!? ค่าจ้างแพงๆๆใครๆก็อยากได้ แต่เงื่อนไขรายละเอียด เยอะแยะมากมาย มันเป็นแรงกดดัน ทีต้องเจอ เมื่อไปทำงานจริง ทำให้ชีวิตมันไม่มีความสุขในการทำงาน และหาเรื่องไม่สบายใจโดยไม่จำเป็น ค่าจ้างมาตรฐาน หรือสูงกว่ามาตรฐานนิดหน่อย แต่ enjoy life สบายจิต ชีวิตงาน ชีวิตส่วนตัวมีความสุข ดัชนีความสุข ของตัวเรา มันพีค ทำให้ชีวิตยืนยาว ไม่เครียด เราก็อยู่กะครอบครัวและคนรอบข้าง อย่างมีความสุข จะไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ไป
การได้เรียนรู้ ได้กระทำ จากสิ่งที่ร้านที่มีเงื่อนไขยาวเหยียดกำหนด อาจจะดีในบางคน ถ้าเขาต้องการ แต่ไม่ใช่ทุกคนต้องการ ถ้าการเรียนรู้ ไม่ตรงกะสิ่งที่อยากรู้ การอยากมีร้าน มีเพียงบางคน น่าจะไม่มากที่อยากมี เพราะ มันต้องใช้ทุน ต้องหาทำเล ต้องมีเวลา ต้องใส่ใจรายละเอียด รวมทั้งข้อกฏหมายบังคับที่หยุมหยิม และมากขึ้นและต้องเกี่ยวข้องกะหน่วยราชการอื่นด้วย เช่นกรมสรรพากร ที่เข้มในการตรวจสอบมากกว่าเก่าเยอะในเรื่องสารพัดบัญชี และการทำรายงาน แต่ถ้าชอบ ทุกอย่างก็เรื่องเล็ก แต่ถ้าไม่ชอบ ขอเป็นเภสัชฟรีแลนซ์ ง่ายและสะดวกสบายกว่ามาก มีเวลา กะตัวเองและคนรอบข้างมากกว่า รับผิดชอบแค่ตัวเอง และหาความรู้ ตามความต้องการของตัวเองและสภาเภสัช เรื่องรายได้ ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี อาจไม่ใช่มากสุด แต่ก็อยู่ได้สบายๆๆไม่เครียด แต่ถ้าได้ทำงานกะร้านที่ไม่มีเงื่อนไข แต่ให้รายได้เกินครึ่งแสน ก็เป็นเรื่องที่ดี ร้านเองก็จะหาเภสัชง่ายมาก แต่ถ้าคิดว่าเงื่อนไขไม่ยาวเป็นหางว่าวจะไม่สมกะค่าจ้างแพงๆ จขรย.ก็จัดไปเหมือนเดิม ตามที่หัวใจปรารถนาอย่างที่ทำอยู่แล้วตอนนี้เลยครับ


ว่าจะจบแต่ไม่จบ เรื่องพื้นๆที่เราได้ยินหรือเห็นกันจนคิดว่าเป็นเรื่องปรกติ(จริงเหรอ?)นั่นคือ การที่จขรย. ทั้งที่ใช่และไม่ใช่เภสัช เรียกเภสัชที่จะไปทำงานด้วย หรือทำงานด้วยอยู่แล้วว่า"น้อง" ด้วยคิดว่า สนิทกัน เป็นกันเอง หรือความเคยปากไม่เกี่ยวกะสนิทหรือไม่สนิท ก้อเลยอยากถามว่า ถ้า สมมติเรามีพื้นที่อีกห้องเปิดเป็นคลีนิค มีหมอที่อายุน้อยกว่า มาเป็นคนทำงานให้ เราจะเรียกหมอคนนั้นว่า"น้อง" ไหม จากปสก.จริงมีพี่เภสัชคนหนึ่ง แกเปิดร้าน และมีคลีนิคจ้างหมอมาทำ แกเรียก"คุณหมอ"ไม่มีสรรพนามอื่นที่แสดงความสนิทกันแม้จะทำงานด้วยกันมาหลายปี สังคมทั่วไปก้อไม่ค่อยได้ยินเป็นการทั่วไปว่าใครเรียกหมอในขณะทำงานว่าน้อง หรือพี่ โดยไม่มีคำว่าหมอ แม้แต่ในสังคมหมอ พวกหมอด้วยกันเรียกหมอรุ่นน้องหรือรุ่นพี่ก้อมีคำว่าหมออยู่หน้าชื่อ(แม่ผมไปเยี่ยมญาติที่เป็นหมอ หมอรุ่นพี่เรียกญาติผมที่เป็นรุ่นน้องว่า หมอตามด้วยชื่อญาติ) และถ้าเราไปที่ห้องจ่ายยาในโรงพยาบาลเราจะเรียกเภสัชในห้องจ่ายยาด้วยความเคยปากว่า"น้อง"ไหม
บางคนแย้งว่า เราไม่ใช่หมอ ผิดครับเราคือหมอยา แต่ทางการเรียกเภสัชกร แล้วไงถ้าจะเรียก"น้อง"แล้วมันเสียหายตรงไหนยังไง เอางี้ ถ้าเราเรียกหมอ เรียกตำรวจ เรียกอัยการ หรือผู้ชำนาญการว่า"น้อง"ตัวคนเรียกหรือสึกอย่างไรกะคนเหล่านี้ ความเชื่อถือ ความเกรงใจ การปฏิบัติต่อกัน จะเป็นแบบเหมือนที่เราเรียกเขาว่า คุณหมอ ท่านอัยการ คุณตำรวจไหม ถามใจตัวเองดูโดยคำนึงถึงชีวิตจริง
ถ้างั้นเภสัชก้อโคตรอีโก้เลย หาเป็นเช่นนั้นไม่ อย่างที่บอกไปแล้ว การเรียกมันบ่งบอกถึง เครดิตทางสังคม การยอมรับนับถือ และการปฏิบัติต่อกัน ถ้าเราปฏิบัติต่อนายA.เพราะคิดว่านายA.เป็นแค่น้อง กะแบบที่นายA เป็นผู้ชำนาญการ ย่อมไม่เหมือนกัน (ถ้าเราคิดได้และคิดเป็น) เช่นกัน ถ้าปฏิบัติต่อเภสัชเพราะคิดว่าเป็น"น้อง"เภสัชก้อจะไม่ต่างจากพนักงานคนอื่นในร้านมากนักคือเป็นพนักงานขายคนหนึ่ง ถ้าจะแย้งว่า เราไม่ได้คิดเช่นนั้น นั่นคือปากบอก ไม่ใช่การกระทำที่เป็นตัวบอก แต่ถ้าเราเรียกเภสัช ด้วยมาจากใจและความคิด การกระทำ มันจะเป็นอีกแบบ การยอมรับนับถือและเครดิตมันจะไม่เป็นอย่างที่มันเป็นในปัจจุบัน แล้วถ้าจะบอกว่าเภสัช อีโก้ แต่เรียกหมอว่าหมอไม่กล่าวหาว่าหมออีโก้ เรียกหมอเรียกด้วยใจ อย่างนี้ก้อต้องถือว่า2มาตรฐาน บางคนอาจคิดว่าการให้จขรย.เปลี่ยนสรรพนามการเรียกเราจากคำว่า"น้อง"เป็น "เภสัช หรือหมอ(ยา) น่าจะเป็นเรื่องยาก ขอบอกว่ามันเป็นสิทธิ์ที่จะให้เขาเรียกเราตามจริง เหมือนที่เขาเรียกแพทย์ว่า หมอ เราต้องบอกเขาเพราะมันเป็นสถานภาพจริงๆของเรา"ใช่ไหม หมอยาเปิ้ล หมอยาแอน แล้วหมอยาเวิร์ค ช่วงปิดเทอมคนไข้มาซื้อยาที่ร้านยังเยอะเหมือนเดิมไหม ได้ข่าวว่ารถฟฟ.สายสีทองจะเปิดแล้วใช่ปะ(คนแก่หลายคนยังเอ่ยปากขอให้คนอื่นเรียกแกว่าพี่ ทั้งที่แกเป็นลุงเป็นป้าแล้ว ไม่ตรงตามจริง แต่ของเราสถานะตรงตามจริงทุกอย่าง)

บางร้านค่าจ้างอาจจะดี เช่นชั่วโมงละ200 แต่ถ้าเจ้าของร้านอัธยาศรัยและการใส่ใจน้อยหรือไม่ใส่ใจในการที่จะพูดจาติดต่อกับคนที่เขามาติดต่อด้วย เพราะคำนึงแต่เรื่องหรือธุระของตัวเอง จะใช้สีข้างเข้าถูว่ายุคนี้มีไลน์แล้วไปคุยต่อในไลน์เพื่อให้ดูชอบธรรม เพื่อให้จบการสนทนาไป กรูจะได้ไปทำเรื่องของกรู ทำไปเถอะครับถ้าไม่ยุ่งกะใครเลย มีโลกของตัวเองก้อตามสะดวก แต่ถ้าไม่ใช่ คำว่า"ใจเขาใจเรา"ถ้านึกถึงคำนี้ จะทำให้เราเป็นคนที่น่าติดต่อด้วย ถ้าคิดว่าตัวเองไม่เคยเป็นฝ่ายต้องไปหาหรือติดต่อใคร ก้อใช้สันดานเดิมๆไป อ้อ!!ระวังปากจะเท่ารูเข็มนะ เพราะไม่ค่อยพูด นิ้วมือจะเท่าใบตาลเพราะจิ้มกะเขี่ยบ่อยๆ

วันนี้จะมาเล่าถึงบริษัทยา แห่งหนึ่ง สมัยแรกๆ ประมาณ5-6ปีก่อนเริ่มจากร้านยา เจ้าของเป็นผู้ชายชาวจีนที่ไม่ใช่ลูกจีนเกิดในไทย แต่พูดไทยพอได้คล้ายพม่าพูดไทยคือกัน เคยได้คุยกันเพราะตอนนั้นแกหาเภสัชเต็มเวลา จากนั้นมาถึงพ.ศนี้ ร้านแกยังมีเหมือนเดิม แต่มีบริษัทของแกดูแลร้านยาที่เปิดอีกหลายสาขา ส่วนมากอยู่แถวสุทธิสาร ส่วนบริษัทแกเช่าห้องอยู่ในอาคาร...อาคารนี้อยู่ใกล้โรงเรียนดังอยู่ฝั่งเดียวกัน ฝั่งตรงข้ามเคยเป็นร้านหมอนวดดังที่ชูวิทย์เคยแฉ แถวรัชดา(ร้านหมอนวดอยู่ฝั่งเดียวกับและใกล้โรงแรมที่พวกเราชอบไปประชุมวิชาการ )คนดูแลและสั่งการเป็นหญิงไม่เคยเห็นหน้าแต่ฟังจากเพื่อนผมที่ไปติดต่อ เพื่อนว่าเสียงที่พูดก้อเป็นแบบสาวมั่นอ๊อฟฟิศทั่วไปสไตล์นิยมผมเรียกสาวมั่น1{เภสัชสาวและที่ไม่ใช่เภสัชเดี๋ยวนี้ ไม่สิ เมื่อก่อนก้อมี แต่อาจจะไม่เป็นที่ทั่วไปเท่าปัจจุบัน เพราะปรกติสาวๆอ๊อฟฟิตทั่วไปก้อไม่ได้ชูคอ โชวพราวด์ วางคาแรคเตอร์แบบยืนหนึ่ง แต่ก้อมีบ้างเช่นอ๊อฟฟิศริมถนนสีลมตรงข้ามบีทีเอสศาลาแดงด้านล่างเป็นร้านสะดวกซื้อตอนนี้เปลี่ยนไปละยังไม่รู้แต่ข้างบนเป็นอ๊อฟฟิศ นี่สาวโครตมั่นทั้งน้ำเสียง การเดิน สีหน้าสงบเรียบเฉย และไม่สนใจความคิดเห็นที่เป็นคำแนะนำเกี่ยวกะธรรมชาติของพวกเภสัชที่ผมบอกไปด้วยความคิดของผมที่ว่า"win win"ไปด้วยกันคือบริษัทกะพวกเภสัชที่จะไปทำงานที่นั่น แล้วผมไปตรงนั้นทำไมก้อไปหาอะไรทำไง แล้วได้ทำไหม NO!สนิท อาจจะด้วยว่า มึงเป็นใครวะมาบังอาจมาชี้นำกรู ที่เป็นเจ้าถิ่นมีอำนาจหน้าที่ณ ที่แห่งนี้ อีกที่คล้ายๆกัน แต่สาวมั่นไม่เท่าศาลาแดง อยู่แถวสาธร เป็นเภสัชสาวรุ่นน้อง ทำงานบริษัทญี่ปุ่น เวลาทำงานแกคงไม่มีคำว่ารุ่นพี่รุ่นน้อง รุ่นพี่มึงคนนอกมาสมัครงานในเวลางานก้อคือเป็นคนอื่น ไม่ใช่รุ่นพี่ อาจจะเป็นทัศนคติในใจนางแบบนี้ก้อได้ ในยุค4Gสาวอ๊อฟฟิศนิยมทำเสียงและคาแรคเตอร์แบบสาวมั่น(เป็นนิสัยหรือสร้างภาพไม่รู้ )แต่สาวมั่นกะฝีมือทำงานและผลงานคนละเรื่องกันไม่เกี่ยวกันแน่ พวกนางอาจติดภาพมาจากเซเลบในโซเชี่ยลหรือดูละครมากไป???ไม่แคร์ใคร ไม่ฟังใครมากนัก ไม่คุยมาก เสียเวลาส่วนตัว ไลน์มา จบนะ}เข้าใจว่าสาวมั่น1คนนี้น่าจะรับคำสั่งมาจากชายชาวจีนคนนี้อีกที สาวมั่น1รายนี้อาจจะนั่งทำงานที่ใดที่หนึ่งในตึกนี้ สั่งการทาง"โทสับ"จะติดต่องานผ่านสาวมั่นประจำอ๊อฟฟิศอีกคนหนึ่งผมขอเรียกสาวมั่น2คนนี้เป็นคนพูดคุยกะเพื่อนผมไม่เชิงสัมภาษณ์ แล้วรายงานผ่านโทสับ ไปยังสาวมั่น1 ในอ๊อฟฟิศ มีคนทำงานไม่น่าจะเกิน5 ไม่มีโชว์สินค้าอะไรรวมทั้ง"ยา"แปลกจากอ๊อฟฟิศอื่น ถ้าเป็นบริษัทที่มีร้านยาก้อมักจะมีสต๊อกยาหรือไม่ก้อมีสินค้ายาที่ตัวเองผลักดัน มาโชว์ บรรยากาศนอกอ๊อฟฟิศ เงียบกริ๊บ ป้ายชื่อบริษัทหน้าห้องไม่มี ตอนที่เพื่อนไปติดต่อ สาวมั่น1 โทรบอกสาวมั่น2 ให้ออกมารับ พาเข้าไป อืม!?? เพื่อนผมคนนี้แนะนำนิดนึง เก่งมากได้เกียรตินิยม ไม่ใช่เก่งเฉพาะวิชาการ การปฏิบัติการหน้าร้านใช้ได้ดีทีเดียว รุ่นพี่ที่ไปฝึกงานยังบอกน้องคนนี้ต้องเปิดร้าน เพื่อนผมปัจจุบันผมขอใช้คำว่า ชอบทำฟรีแลนซ์ จึงไปรับจ๊อบ ตามข้อเสนอของบริษัทไม่ได้ต่อรอง แต่บริษัทนี้โดยการพิจารณาของสาวมั่น1(เรื่องแค่รับเภสัชทำงานชายชาวจีนคงไม่ต้องลงมาดูเองมั้ง)เขาไม่รับเข้าทำงาน
ผมมาโวยแทนเพื่อนเหรอ หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะเภสัชเก่งบริบาลและปฏิการหน้าร้าน รวมทั้งมากปสก.จะทำยอดก้อได้แต่ต้องไม่ผิดวิชาการมากนัก ไม่ต้องหางานนาน แต่กำลังจะบอกว่า
1.บริษัทไม่เอาคนทำงานเป็นและมีฝีมือแสดงว่ามีเป้าหมายในการเปิดร้านที่อาจจะไม่เหมือนร้านยาทั่วๆไป
2.ย่านนั้นมีลูกทัวร์จีนเยอะอยู่ ร้าน-ลูกทัวร์จีน-สินค้าบางอย่าง??? ที่ไม่จำเป็นต้องมีเภสัชที่มีฝีมือ(เภสัชไว้แค่ประดับร้าน)


เมื่อ2-3วันก่อนได้ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่เป็นญาติสนิทท่านหนึ่ง ที่รพ.โรงเรียนแพทย์ ได้ข้อสังเกตเรื่องหนึ่งว่า พยาบาลที่ขึ้นและหรือไม่ขึ้นเวร ช่วงเวลาที่ยังไม่ต้องไปดูคนป่วยแต่ละคนหรือบางคนจะจับกลุ่มติวหรืออภิปรายความรู้หรือนั่งอ่านวิชาการ แต่ไม่ได้ส่งเสียงดัง พวกหมอกะพยาบาลมีข้อได้เปรียบตรงที่ว่าได้เห็นได้เรียนรู้จากการทำงานจริงตรงนี้สำคัญมาก ทำให้ได้ใช้ความรู้หรือจดจำความรู้ได้แม่นยำจากการทำงานจริงๆและถ้าบางคนช่างสังเกต ก้ออาจจะได้ความรู้เพิ่มเติมที่ไม่มีในตำรา แต่เป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้สังเกตเท่านั้น ก้อเลยมาคิดว่า ทุกที่ทำงานที่เป็นงานเภสัช ถ้าโอเพ่น ให้เภสัชที่จบไปทำงานแล้วในทุกสาขา ได้มีโอกาสมาทำมาสัมผัสงานมาทบทวนงานในที่ที่เปิดให้เข้าไปทำคล้ายฝึกงาน ก้อน่าจะเป็นการดีมาก ทำให้เภสัชได้เพิ่มความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลาย เภสัชที่สนใจไปทำ จะแก่จะหนุ่มสาว จะชายจะหญิง ได้ทั้งนั้น ไม่ติดขัดกฏระเบียบหรือเคลียกฏระเบียบให้เปิดทางให้บุคคลภายนอกในแวดวงเภสัชเข้ามาดูมาทำได้ ถ้าเป็นแบบนี้จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ได้ประโยชน์ทุกฝ่าย ตัวเภสัชที่เข้าไปได้Skills. Experience. Performance.Relationshipและอื่นๆ ตัวสถานที่ก้ออาจจะได้คนทำงานเป็นที่เข้ากันได้กะงาน โดยไม่ต้องไปหาที่ไหนเพราะมีการติดต่อกันไว้ช่วงที่มาดูมาทำนั่นแหละ
นี่เป็นข้อเสนอ บางที่อาจโอเพ่นให้เภสัชมาดูมาทำประจำอยู่แล้ว แต่อยากให้หลากหลายสถานที่มีการโอเพ่นแบบนี้และบอกกันให้รู้ในที่สาธารณะมากกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ เภสัชไทยในยุค5Gจะ"Super strong" ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น น่าทึ่งมาก ชาวบ้านได้ประโยชน์ สายการแพทย์อื่นๆที่ได้เห็นเขาคงรู้เองว่าจะยอมรับในความสามารถของเภสัชเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก้อฝากหน่วยงานที่มีงานเภสัชลองพิจารณาครับ "3win" winหน่วยงาน มีคนช่วยงานและอาจได้บุคคลากรเพิ่ม winตัวเภสัชที่ไป winวิชาชีพเพราะมีแต่บุคคลากรเก่งๆปฏิบัติ อันนี้ของจริงครับ อย่าไปสนใจหน่วยกิตอันนั้นมันทฤษฎีที่กฎหมายบังคับไม่ได้มาจากใจ เพราะการที่เราไปฝึกไปเรียนรู้เพิ่ม เพราะเราสนใจ มันมาจากใจครับ กฏหมายที่แท้จริง" ต้องมาจากใจ มาจากความต้องการของชาวบ้าน"ไม่ใช่มาจากคนมีอำนาจคิดเองเออเอง กดหัว ปิดปาก ชี้ซ้ายชี้ขวาชี้นำ สร้างข่าว สร้างคติพจน์ เพื่อให้ได้ตามที่คนมีอำนาจต้องการ แล้วมักอ้างความมั่นคง อ้างสถาบัน อ้างหมิ่นประมาท อ้างผิดพรบ.คอมฯจะ5g 10g มันก้อวนเวียนอยู่อย่างนี้
คนมีอำนาจใช้ดุลย์พินิจยังไงก้อได้แล้วสั่งการหรือตัดสิน อ้างกฏหมายอย่างโน้นอย่างนี้ เขาเรียกคิดจากคำตอบ ครับ ส่วนพวกที่อ้างว่าคิดจากหลักฐาน ก้อหามารตฐานไม่ได้ หลักฐานเดียวกัน คนมีอำนาจแบบเดียวกัน ก้อคิดไม่เหมือนกัน ไม่เหมือนความเป็นธรรมชาติ ตะวันขึ้นทางตะวันออกเสมอ ฝนตกต้องเปียก โดนไฟโดนแดดต้องร้อน ลมพัดต้องสั่นไหวฯลฯ


แม้จะเป็นน้องจบสถาบันเดียวกัน(แต่ห่างกันหลายสิบรุ่น) ถึงจะได้ตำแหน่งนางงามระดับโลก มีสื่อต่างๆกล่าวถึงเธอเยอะแยะมากมายทุกแง่มุม แต่เธอยังไม่เคยมีผลงานในวิชาชีพเภสัชกรรมให้โลกประจักษ์ หรือยังไม่มีผลงานที่เป็นการยกระดับวิชาชีพ เราก็จะยังไม่กล่าวถึงเธอ แต่...ใครก็ตามที่ผลักดันให้เภสัชกร(นอกจากความสามารถและคุณสมบัติประจำตัวของเภสัชกร) สามารถก้าวขึ้นสู่"ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงสุด" ในทุกหน่วยงานราชการที่มีเภสัชทำงานอยู่ เช่นก้าวขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาล ตำแหน่งสูงสุดในสสจ. อธิบดี ปลัดกระทรวง ผมจะเขียนถึงและลงรูปท่านผู้นั้นอย่างน้อย1เดือน จะไปมอบกระเช้า และคำขอบคุณอย่างสุดซึ้งให้ท่านผู้นั้นด้วยตนเอง จะเอาใบประกาศเกียรติตุณ พิมพ์ตัวโตๆ ติดกระจกรถด้านท้าย และเชิญชวนเภสัชทุกคน ช่วยกันติดใบประกาศเกียรติคุณท่านผู้นี้ในทุกที่ทำงาน ที่บ้าน ที่กระจกด้านหลังรถยนต์ หวังว่าจะมีบุุคคลคนนี้เข้ามาเพื่อชาววิชาชีพเภสัชกรรมในไม่ช้า ไม่ต้องรอไปร้อยชาติก้อไม่เจอถ้าที่นี่คือประเทศไทย!!!?


มีโอกาสได้ไปเจอเภสัชร้านยา3ท่าน อายุเกินหลัก4ไปแล้ว2, อีกท่านอายุหลัก5กว่าท่านนี้เคยเจอตอนที่ผมไปร้านยาร้านหนึ่ง แต่ไม่ได้คุยไรกันมาก แกเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นแกจะไปสมัครทำงานร้านนั้น แต่ไม่ได้ทำตอนนี้ทำร้านอื่น ทั้ง3ท่านนี้ผมได้คุยจึงทราบว่าเหมือนกันตรงที่ ไปสมัครงานร้านแรกๆมักไม่ได้ มาได้งานร้านหลังๆ ทำให้ผมได้ข้อสรุปดังนี้ว่า
ทั้ง3ท่านทำงานหน้าร้านด้านบริบาลเภสัชกรรม และการนำเสนอต่างๆถือว่าโอเคทีเดียว(ผมเก็บข้อมูลก่อนเข้าไปคุย) ชี้ให้เห็นว่ามันมีเหตุผลอื่นที่ยิ่งใหญ่มากกว่า การทำงานบริบาลเภสัชได้ดี นั่นคือ ความคิด ความชอบ ทัศนคติ แนวทางการทำงาน อีโก้ของจขรย.และฝ่ายHR.การคิดไปเองของเจ้าของร้าน และHR.มากกว่าประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับ เพราะเจ้าของร้านคือเจ้าของเงินและเจ้าของงาน แต่ชาวบ้านคือคนที่ทำให้เจ้าของร้านมีวันนี้และได้เป็นทั้งเจ้าของเงินและเจ้าของงาน แต่เจ้าของร้านและพวกHR.ต้องได้ประโยชน์คือความพึงพอใจก่อน ชาวบ้านจึงจะได้ประโยชน์ตอนหลัง ตกลงใครใหญ่หรือมีพระคุณหรืออำนาจมากกว่ากัน ถามว่าแปลกไหม ไม่แปลก แล้วมันใช่ไหม ล่ะ ที่เป็นอย่างนั้น จขรย.ตอบว่าใช่สิ ถูกต้องมากด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่ซื้อเองขายเองกันในครอบครัวหรือกลุ่มหรือพวกของจขรย.หรือฝ่ายบุคคลของพวกบริษัท ล่ะ ถ้ายึดความต้องการของตัวเองมากกว่าประโยชน์ของชาวบ้าน บางคนสงสัยแล้วรู้ได้ไงว่าชาวบ้านจะได้ประโยชน์ ไม่ยากเลย ให้เภสัชได้แสดงฝีมือทำงานสักช่วงเวลาสั้นๆช่วงหนึ่งก้อรู้แล้ว แต่จขรย.และฝ่ายบุคคลก้อไม่เปิดโอกาส ยังคงเอาตัวเองเป็นที่ตั้งเหมือนเช่นทุกวันนี้??!!

โอ้โฮ!!!งานนี้ ไม่อวยไม่ได้เลย. ก้อเพื่อนร่วมวิชาชีพ ที่ทำผลงานได้แตกต่างจากคนอื่นในแวดวงเดียวกัน แต่ยังมีความเป็นวิชาชีพเภสัชกรรมที่ทั้งแฝงและปรากฏชัดเจนต่อสาธารณะให้เป็นที่เอ่ยปากเล่าขานในสังคมได้อย่างเต็มภาคภูมิถึงผลงานและการกระทำที่มีคุณค่าต่อชาวบ้านทั้งที่ไปที่ร้านของเธอและที่ชมอยู่หน้าจอทีวีที่บ้านแถมยังพกพาความงามและความน่ารัก ดีต่อสุขภาพใจเหลือเกิน การันตีด้วยการเคยเข้าร่วมประกวดในเวทีความงามมาแล้วด้วย ผลงานของเภสัชกรหญิงท่านนี้ ยังได้แสดงถึงการใช้อุปกรณ์การผลิตที่นำสมัยแบบที่โรงงานไฮเทคใช้กัน และจะเป็นใครไปไม่ได้เลย ต้องหมอยาคนนี้เท่านั้น " เภสัชกรหญิงจิตราวดี เหมมณฑารพ"จากร้าน"ต้นกล้า ฟ้าใส"
https://www.youtube.com/watch?v=s2cmE8zdrqE&t=219s
https://www.youtube.com/watch?v=XxSc1CVtEP8
แนบไฟล์
76778197_1578797592262533_2705613540013637632_o.jpg
74173117_1563018453840447_1279424161378205696_n.jpg
76609828_1563019180507041_2641674490727104512_n.jpg
74241435_1563018910507068_9070818947439263744_n.jpg
เมจิก พี
 
โพสต์: 286
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง โรบัสต้า

ผู้ใช้งานขณะนี้

New Document