New Document









ครีมกันแดดที่โฆษณากันครึกโครม"จำเป็น"และ"เป็นจริง"แค่ไหน

เภสัชกรร้านยา

ครีมกันแดดที่โฆษณากันครึกโครม"จำเป็น"และ"เป็นจริง"แค่ไหน

โพสต์โดย battyz » 06 ธ.ค. 2008, 17:45

"ครีมกันแดด" เป็นหนึ่งในสิ่งจำเป็นของคนสมัยใหม่ ที่เชื่อว่าจะช่วยป้องกันรังสียูวี ซึ่งเป็นต้นเหตุของริ้วร้อยและโรคมะเร็งผิวหนัง แต่เรารู้จักสิ่งนี้ดีแค่ไหน และโฆษณาที่อวดอ้างสรรพคุณมากมาย มีความเป็นจริงหรือไม่ ?!?

วันนี้มีผลการทดสอบผลิตภัณฑ์กันแดด ทั้งประเภทครีม โลชั่นและสเปรย์ ที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศ ICRT ทดลองไว้มาฝากผู้อ่าน หลังจากที่ห่างหายไปนานพอสมควร การทดลองครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสำรวจผลิตภัณฑ์กันแดดในท้องตลาดมีค่า SPF ที่แท้จริงเท่าไหร่ และมีประสิทธิภาพในการกันน้ำ ตามที่แจ้งไว้บนฉลากหรือไม่ โดยมีอาสาสมัครอุทิศแผ่นหลังและท้องแขน เพื่อการทดลองประมาณ 10 -14 คน ต่อหนึ่งผลิตภัณฑ์


จากการทดสอบพบว่า


- ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่มีค่า SPF ใกล้เคียงกับที่กำหนดไว้บรฉลาก หรือไม่ก็มีมากกว่า อย่างไรก็ตาม มีผลิตภัณฑ์ 3 ชิ้นที่มีค่า SPF ต่ำกว่าที่แจ้งไว้ และ 1 ในนั้นมีค่า SPF ไม่ถึงครึ่งของที่แจ้งไว้


- ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่เหลือประสิทธิภาพในการกันแดดมากกว่าร้อยละ 50 ภายหลังที่ผิวหนังถูกน้ำ



ตามรายละเอียด ดังนี้


1. นีเวีย - Nivea Sun Moisturising Sun Spray SPF 15
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง คือ 16.9 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 65 %
นีเวีย - Nivea Sun Soin Hydratant Lait Protecteur 20
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง คือ 23.7 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 61 %


2. บู๊ทส์ - Boots Soltan Moisturising Sun Care Lotion SPF 15
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง คือ 15.2 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 70 %


3. เทสโก้ - Teso Sun Protection 15 Mediium SPF
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 12 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 69 %


4. Marks & Spencer Sun Formula Moisturising Lotion SPF 15
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 7.1 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 92 %


5. เอวอน - Avon Bronze SPF 15 Sensitive Sun Lotion Spray
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.1 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 85 %


6. การ์นีเย่ - Garnier Ambre Solaire Moisturising Protection Milk SPF 15
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 16.3 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 80 %
การ์นีเย่ - Garnier Solaire clear Protect SPF 15
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.7 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 83 %
การ์นีเย่ - Garnier Solaire clear Protect SPF 20
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.1 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 86 %


7. ลอรีอัล - Solar Expertise Advanced anti-ageing Sun Protection Lotion SPF 15
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 15.8 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 80 %
ลอรีอัล - Solar Expertise Lait Solaire Protection Avance SPF 20
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.3 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 81 %
ลอรีอัล - Solar Expertise Lait brumiseur Protection Avance SPF 20
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 27.8 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 54 %


8. ร็อค - ROC Minesol Lait Spray SPF 20
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 27.3 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 60 %


9. Vichy Capital Soleil Lait Gel SPF 20
ค่า SPF ที่วัดได้เมื่อผิวหนังแห้ง 18.1 - % ของค่า SPF ที่เหลือเมื่อผิวถูกน้ำ คือ 51 %



---------------------------------


ไขข้อข้องใจ เรื่องผลิตภัณฑ์กันแดด
โดย รศ.ดร.พิมลพรรณ พิทยานุกูล


- หลักการเลือกครีมกันแดด
1. ผู้ที่ทำงานในอาคารและเดินทางโดยไม่ต้องถูกแสงแดดมาก เช่น ขับรถส่วนตัวหรือนั่งรถไฟฟ้า สามารถทาครีมกันแดด SPF 6 - 14 หรือไม่อาจจำเป็นต้องทาเลยด้วยซ้ำไป
2. ผู้ที่ต้องเดินทางนอกสถานที่เป็นประจำ ควรเลือกครีมกันแดด SPF ระหว่าง 15 - 29
3. ผู้ที่ไปเที่ยงกลางแจ้ง ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF สูงๆ แต่พวกค่า SPF 130 ถือว่าไม่มีความจำเป็น ทั้งนี้ อย.ของสหรัฐรับรองครีมกันแดดค่า SPF สูงสุดที่ SPF 50 เท่านั้น


- ปริมาณการใช้ที่เหมาะสม
ควรเน้นทาให้ทั่วใบหน้าหรือลำตัว ทั้งนี้ ตามหลักวิชาการระบุว่า ควรทาครีมกันแดดหนาประมาณ 2 มิลลิกรัมต่อ 1 ตร.ซม. นอกจากนี้ ควรทาทิ้งไว้ก่อนออกแดดนาน 15 - 30 นาที และควรทาซ้ำทุก 2 - 3 ชั่วโมง


- การที่โฆษณาระบุว่า ควรทาครีมกันแดดแม้ในวันที่ไม่ต้องถูกแดด จริงหรือเท็จอย่างไร
งานวิจัยพบว่าหลอดไฟมีรังสียูวีเอ ซึ่งส่งผลต่อการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า อย่างไรก็ตาม แสงจากหลอดไฟถือเป็นความเสี่ยงที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด มลภาวะ การรับประทานอาหาร ดังนั้น จึงไม่ควรใส่ใจมากเกินไป เชื่อว่าผู้ขายคงต้องการขายสินค้าให้ได้มากๆ เท่านั้น


การทาครีมกันแดดมากเกินไปเป็นประจำ อาจสร้างปัญหาใหม่ คือ การสะสมสารเคมีที่ผิวหนัง


- การที่โฆษณาระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่มี "ไลโปโซม" จะช่วยพาครีมสู่ผิวหนังชั้นนอก ทำให้เนื้อครีมไม่หลุดง่ายนั้น จริงหรือเท็จอย่างไร
เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะไลโปโซมเป็นเทคโนโลยี ที่มีจุดประสงค์ในการนำส่งตัวยาหรือสารอาหารเข้าสู่ผิวหนัง แต่ไม่มีความจำเป็นในแง่ของเครื่องสำอาง เนื่องจากไลโปโซมคงตัวได้ไม่ดีและมักสลายตัวระหว่างการเก็บรักษา


- ไทเทเนียมออกไซด์และซิงค์ออกไซด์ ที่เป็นส่วนผสมในสารกันแดด มีอันตรายหรือไม่
สารทั้ง 2 ชนิดถูกจัดอยู่ในประเภทปลอดภัย ทำหน้าที่สะท้อนรังสียูวีออกจากผิวหนัง โดยการเคลือบผิวหนัง และสามารถล้างออกได้โดยการล้างหน้าหรืออาบน้ำ อย่างไรก็ตาม อย.อนุญาตให้ใส่สารทั้ง 2 ชนิดได้ไม่เกิน 25 %


ที่มา นิตยสาร "ฉลาดซื้อ" ฉบับที่ 93 โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เขียนโดย กองบรรณาธิการ


(ติดต่อ "ฉลาดซื้อ" ได้ที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค 211/2 ซ.งามวงศ์วาน 31 ถ.งามวงศ์วาน อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2952-5060-2 โทรสาร 0-2580-9337)
battyz
 
โพสต์: 336
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ต.ค. 2008, 17:24







Re: ครีมกันแดดที่โฆษณากันครึกโครม"จำเป็น"และ"เป็นจริง"แค่ไหน

โพสต์โดย ok_phung » 19 มี.ค. 2009, 08:28

ได้ประโยชน์จากบทความนี้มากเลยค่ะ แวะมาอ่านพอดี ขอบพระคุณมากค่ะที่นำสาระดีๆ มาเผยแพร่แก่กัน
ok_phung
 
โพสต์: 1
ลงทะเบียนเมื่อ: 16 มี.ค. 2009, 11:06

Re: ครีมกันแดดที่โฆษณากันครึกโครม"จำเป็น"และ"เป็นจริง"แค่ไหน

โพสต์โดย cowboyman » 20 มี.ค. 2009, 17:54

เยี่ยมจริงๆ
cowboyman
 
โพสต์: 126
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 มี.ค. 2009, 03:05

Re: ครีมกันแดดที่โฆษณากันครึกโครม"จำเป็น"และ"เป็นจริง"แค่ไหน

โพสต์โดย winds » 23 มี.ค. 2009, 17:30

ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อค่ะ ดีมากเลย
winds
Global Moderator
 
โพสต์: 288
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ย. 2006, 23:25


ย้อนกลับไปยัง ลาเต้

ผู้ใช้งานขณะนี้

New Document