Updateค่าตัวเภสัช กดขี่ค่าแรง จำกัดอายุ ถึงเวลาแล้วหรือยัง

ประกาศรับสมัครงาน โยกย้าย
กระทู้ที่เกี่ยวข้องกับการแขวนป้ายจะถูกลบโดนมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต ขอบคุณที่สนใจ

โพสต์โดย เมจิก พี » 10 ส.ค. 2014, 21:25

เรื่องแค่นี้"ยังโกง"
เป็นเรื่องเกี่ยวกับค่าจ้าง มีเพื่อนเภสัช2ท่านมาเล่าให้ฟัง เขาบอกชื่อร้านและที่ตั้งมาด้วย ได้ปรึกษาผู้รู้ด้านกฎหมายแล้ว ท่านแนะนำว่าอย่าไปลงชื่อร้านในโพส อาจจะโดนฟ้องหมิ่นประมาทและความผิดตาม “พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐” จึงต้องขอลงที่ตั้งของร้านแบบกว้างๆ
ร้านแรกอยู่นนทบุรี ร้านนี้ไปทางแยกแครายผ่านปากซอยเรวดี เหตุเกิดเดือนกุมภาปี57 เดือนนี้เพื่อนเภสัชท่านนี้ทำงานกับร้านนี้ไม่เต็มเดือน การคิดเงินเดือนก็ต้องคิดตามส่วนโดยเฉพาะเดือนนี้มีเพียง28วัน เงินค่าจ้างที่ต้องได้รับ(ก่อนหักภาษี)ก็ควรเป็น เงินเดือนเต็มเดือนหารจำนวนวันที่ต้องทำงานในเดือนกุมภาคูณด้วยวันที่ทำงานจริงของเดือนนี้ แต่เจ้าของร้านแสนฉลาดร้านนี้ คิดแบบนี้ เอาเงินเดือนเต็มเดือนหารด้วยจำนวนวันที่ทำงานของเดือนมกราแล้วคูณด้วยวันทำงานจริงของเดือนกุมภา เงินที่ได้จึงน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ไปประมาณ2-3พันบาท ท้วงติงแล้วเจ้าของร้านยังยืนกราน ถามว่าเงินนี้เยอะไหม ก็ไม่เยอะมาก แต่แค่นี้"ยังโกง"
ร้านที่สองจากแยกแครายอีกเช่นกันผ่านปากซอยชินเขต เหตุเกิดเดือนพฤษภาปี57 เพื่อนเภสัชอีกท่านหนึ่งทำงานP/Tวันละ7ชั่วโมง แต่พอครบเดือนเจ้าของร้านจ่ายค่าจ้างโดยคิดชั่วโมงทำงานแค่วันละ6ชั่วโมงอ้างว่าหักพัก1ชั่วโมง เภสัชทานนี้แย้งว่า เขาก็พักในเวลาคือซื้ออาหารมาทานที่ร้านแล้วกินไปขายไป ก็มีช่วงที่ออกไปซื้ออาหารไม่กี่นาทีก็กลับเข้ามา มีบ้างบางวันออกไปทานข้างนอกแต่ก็ใช้เวลา15-20นาทีก็กลับเข้ามา เหมือนเดิมเจ้าของร้านยังยืนยันคิดค่าจ้างแค่6ชั่วโมงหักพัก1ชั่วโมง เคสนี้ก็ถูกโกงไป4พันกว่าบาท ถามว่าเงินนี้เยอะไหม ก็ไม่เยอะมาก แต่แค่นี้"ยังโกง"
เรื่องสุดท้ายเป็นการ"โกงเวลาทำงานที่โกงแล้วดูดี๊ดี คล้ายทุจริตเชิงนโยบาย"

แม้กฎหมายแรงงานจะกำหนดให้ชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ไม่เกิน48ชั่วโมง แต่ก็มีคนคิดวิธีที่จะให้เภสัชทำงานเกิน48ชั่วโมง/สัปดาห์โดยไม่ผิดกฎหมายแรงงาน นั่นก็คือให้ทำงาน6วัน/สัปดาห์ วันละ8ชั่วโมงพัก2ชั่วโมง อีกแบบหนึ่งคือจันทร์ถึงพฤหัสทำงาน10ชั่วโมงพัก2ชั่วโมงวันศุกร์ทำ8ชั่วโมงพัก2ชั่วโมง ความฉลาดของคนคิดวิธีนี้ก็คือการให้พัก2ชั่วโมงตรงนี้แหละดูเผินๆก็เหมือนไม่มีไร ถามว่าหลังจากทานข้าวช่วงพักและจัดการธุระส่วนตัวเสร็จแล้วเราจะไปไหน ใช่บางคนอาจจะมีธุระอื่นๆที่ต้องทำช่วงพักแต่พอเคลียธุระหมดแล้วจะไปไหนล่ะ ก็เช่นกันบางคนร้านอยู่ในห้างอาจจะมีที่ให้เดินดูโน่นนี่นั่นจนหมด2ชั่วโมงแต่นานวันไปก็หมดที่เดิน มันก็ซ้ำซากจำเจ แล้วจะไปไหนต่อ ทั้งหมดทั้งสิ้นก็ต้องใช้เวลาพักที่เหลืออีกประมาณชั่วโมงหรือมากกกว่าชั่วโมงต่อวันกลับมาพักที่ร้าน สัปดาห์นึงก็ต้องมีมากกว่า5ชั่วโมงของเวลาพักที่เราคืนให้ร้านแบบสมัครใจไม่ได้บังคับ เภสัชบางคนก็ทานอาหารที่ร้านเลย ถึงแม้จะมีผู้ช่วยและเป็นเวลาพัก แต่เมื่อมีลูกค้าเข้าร้านหลายคน เภสัชจะนั่งดูดายไม่ออกไปช่วยขายก็กระไรอยู่ ลูกค้าเดินมาถามเราจะบอกลูกค้าว่าเป็นเวลาพักไม่คุยด้วยคงไม่มีใครทำแบบนั้น เรื่องเวลาพักอาจจะพักในเวลาหรือพักแค่ชั่วโมงเดียวก็เพียงพอแล้ว ต้องชมคนที่คิดการพัก2ชั่วโมงวิธีนี้ทำให้ได้เภสัชทำงานเกิน48ชั่วโมง/สัปดาห์แบบสมัครใจไม่ได้บังคับและถูกกฎหมายด้วย เภสัชไทยใจดีจริงๆไม่คิดว่าเขาเอาเปรียบด้วย
ฝากเป็นข้อคิดสักนิดว่า เพื่อนๆและน้องครับ เบื่อไหมที่ต้องสมัครงานกับเจ้าของงานที่มาโพสหาเภสัชโดยมีเงื่อนไขการรับเข้าทำงานหลากหลายมากมาย หลายๆเงื่อนไขก็ไม่เกี่ยวกับวิชาชีพเลย เงือนไขบางอย่างเราก็ต้องไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมแต่จะได้เงินเดือนเพิ่มที่เหมาะสมหรือไม่ก็ไม่รู้

ทำไมเราไม่ตั้งกระทู้หางานเอง(นอกจากเวบนี้มีหลายเวบให้เราไปโพสหางานได้) แล้วกำหนดไปเลยว่าเราต้องการร่วมงานกับใครอย่างไร เรามีเงื่อนไขอย่างไรบอกไป ใครอยากได้เราไปทำงานก็ต้องยอมรับเงื่ิอนไขของเราหรือต้องมาคุยตกลงในแนวทางของเรา น้องๆเพื่อนๆครับไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครยอมรับเงื่อนไขของเราหรือไม่มีใครติดต่อเข้ามา มีติดต่อเข้ามาและยอมรับเงื่อนไขของเราแน่นอนครับ มีแน่!!! ส่วนช่องทางเดิมที่เราหางานจากโพสรับสมัครงานต่างๆก็ทำไป หากแม้นไม่มีใครจ้างเราเลย เปิดร้านเองก็ได้ใบประกอบฯก็มีจะกลัวอะไร(วะ)
เภสัชโดนโกงเงินค้ำประกัน
เรื่องนี้เป็นกระทู้เมื่อประมาณวันที่5-6กันยา57ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้กระทู้หายไปแล้ว เข้าใจว่าถูกเซ็นเซอร์หรือเจ้าตัวอาจลบกระทู้เอง เรื่องมีอยู่ว่าน้องเขาจะลาออกจากเชนสโตร์ของบริษัทหนึ่งที่บริษัทแม่ผมเดาว่าอยู่ต่างจังหวัดตอนบนของกรุงเทพ น้องเขาถูกหาเรื่องหักโน่นนี่นั่นจนไม่ได้เงินประกันคืนเลยประมาณ2-3หมื่นบาท(เหมือนพวกห้องเช่าเลยตอนย้ายออกโดนหักค่าเสียหายจนเกลี้ยงแถมบางที่ต้องจ่ายค่าเสียหายเพิ่มอีก)ส่วนเงินเดือนไม่แน่ใจว่าได้รับหรือเปล่า น้องเขาเลยประกาศบอกว่าอย่าไปทำงานกับเชนร้านยาของบริษัทนี้ที่สมมติชื่อว่าฟดมักมีสาขาตามห้างค้าปลีกขายถูกทั้งในกรุงและต่างจังหวัด เรื่องเงินประกันและอีกหลายๆเรื่องผมได้เคยเขียนบอกไว้ว่า"เภสัชกรไม่ใช่พนักงานอ๊อฟฟิต การใช้กฎระเบียบของพนักงานอ๊อฟฟิต(รวมทั้งการใช้พนักงานอ๊อฟฟิตที่ไม่ได้รู้เรื่องวงการยาหรือวงการร้านยามาคัดเภสัชเข้าทำงาน)มากำหนดในการรับเภสัชเข้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่่องจำกัดอายุ การกำหนดเพศ(เภสัชกรสามารถเรียนรู้งานชายงานหญิงสินค้าชายสินค้าหญิงและทำได้ดีโดยเพศไม่ใช่อุปสรรค) การเก็บค่ารับประกันความเสี่ยง เป็นต้น มันเป็นเรื่องของการรับพนักงานอ๊อฟฟิต"ก็เพราะพวกเราบางคนอยากได้งานจึงยอมรับทุกเงื่อนไขของบริษัทที่มักเป็นเงื่อนไขของพนักงานอ๊อฟฟิต รวมทั้งเรื่องเงินประกันต่างๆด้วย นี่จึงเป็นบทเรียนอันสำคัญของการไปยอมรับกฎระเบียบของพนักงานอ๊อฟฟิต เภสัชหลายๆคนกลัวเสียโอกาสและไม่แคร์กฎระเบียบพนักงานอ๊อฟฟิต พวกเจ้าของธุรกิจก็ยังมองเราเป็นแค่พนักงาน(ไม่ใข่บุคคลากรทางการแพทย์เหมือนหมอหรือเภสัชในห้องยาของโรงพยาบาล)เพราะพวกเราทำตัวเอง ถ้าพวกเรารวมตัวกันไม่ไปสมัครกับบริษัทพวกนี่ เขาไม่ได้คนทำงานเขาก็ต้องเลิกกฎระเบียบงี่เง่าพวกนั้น และเปลี่ยนมุมมองพวกเราเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีเกียรติน่านับถือเหมือนชาวบ้านที่มาซื้อยายกย่องเรา ผมรู้ว่าข้อเขียนนี้และที่เคยเขียนมาในอดีตยังไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของเภสัชที่จะไปสมัครงานกับบริษัทที่ใช้กฎระเบียบพนักงานอ๊อฟฟิตในการรับเภสัชเข้าทำงาน ก็แล้วแต่ครับ"จะดีจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ จะสูงจะต่ำอยู่ที่ทำตัว"
:smile: :smile: :smile: รบกวนเพื่อนๆเภสัช เมื่ออ่านแล้วช่วยบอกเพื่อนๆให้ระมัดระวังบริษัทยาที่มีพฤติกรรมแบบนี้ด้วย
เพิ่มเติมล่าสุด เห็นประกาศรับเภสัชอีกแล้วของบริษัทนี้เมือวันที่23กันยา57 โปรดระวังด่วน!!!
:razz: :razz: :razz: การเปลี่ยนความคิดของคนเป็นเรื่องที่ยากมากๆเรื่องหนึ่ง ผมรู้ว่าข้อเขียนนี้และที่เคยเขียนมาในอดีตยังไม่สามารถเปลี่ยนความคิดของเภสัชที่จะไปสมัครงานกับบริษัทที่ใช้กฎระเบียบพนักงานอ๊อฟฟิตในการรับเภสัชเข้าทำงาน ก็แล้วแต่ครับ ใครทึ่ติดตามข้อเขียนของผมมาตลอด จะรู้ว่าผมต้องการยกระดับวิชาชีพ และอยากให้เพื่อนๆทุกคนไม่ถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการหรือหน่วยงานใดๆทั้งสิ้น ดังนั้นถ้าเป็นแฟนคลับตัวจริงของกระทู้นี้ ก็ช่วยๆทำตามที่ผมบอกและจดจำสิ่งที่ผมเขียน แล้วทุกคนจะก้าวหน้าทั้งงานและเงินกันถ้วนหน้าแน่ๆขอบอก แล้วลอยแพผู้ประกอบการที่ยังชอบกดค่าตัวและผู้ประการกับหน่วยงานของรัฐบางแห่งที่มักมีกฎเกณฑ์ไร้สาระไม่เห็นหัวเราว่าเราคือผู้มีวิชาชีพเป็นหัวแถวของวงการสา"สุข ก็ปล่อยให้คนหรือหน่วยงานกลุ่มนี้ประกาศหาเภสัชต่อไป โดยพวกเราอย่าไปสมัคร อย่างที่เคยบอกไปหลายครั้งแล้วว่ายังมีผู้ประกอบการหรือหน่วยงานดีๆที่รับเราโดยมีเงื่อนไขและเงินเดือนที่ดีเหมาะสมกับผู้ประกอบวิชาชีพอย่างพวกเราในฐานะTop3ของวงการสา'สุข ย้ำว่าถ้าเป็นแฟนคลับตัวจริงของกระทู้นี้ก็ช่วยทำตามที่แนะนำด้วย
"ได้แค่แนะ ชี้บอก ให้น้องรัก
อีกพลพรรคเพื่อนพ้องมะกอกเขียว
อ่านแล้วทำ จำแล้วหนีพวกร้านเปรี้ยว
เงื่อนไขเสี่ยวอย่าเหลียวแล รวยแน่ทุกคน"

:twisted: :twisted: :twisted: มาอีกแล้วครับพี่น้อง บริษัทเปรี้ยว เงื่อนไขเสี่ยว คราวก่อนมาโพสวันที่23กันยา คราวนี้มาโพสวันที่2ตุลา57 ใครหลงสมัครไปแล้ว ถอนสมอด่วนนนนนนนนนน!!!!!!
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51







Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต ขอบคุณที่สนใจ

โพสต์โดย เมจิก พี » 11 ต.ค. 2014, 01:38

ถ้าตกงานหรือร้านเจ๊งหลังอายุ35 ต้องทำไง
จะให้ทำไงล่ะ ก็พวกเจ้าของธุรกิจส่วนมากรวมทั้งหน่วยงานรัฐบางแห่งเขาตั้งกำแพงไว้ที่รับคนอายุไม่เกิน35 ถึงแม้จะมีเจ้าของธุรกิจบางคนบอกว่าถ้าเกินก็ดูเป็นรายๆไป แต่ถ้าท่านอายุเกิน35ท่านจะกล้าเสนอหน้าไปถามเขาเหรอว่ารับพิจารณาคนอายุเกิน35ไหม เราก็ไม่รู้ว่าเจ้าของธุรกิจเจ้าใดจะรับพิจารณา จริงอยู่มีบางเจ้ารับเภสัชทุกอายุ แต่ในความจริงที่ถูกต้องคือทุกเจ้าของธุรกิจและทุกหน่วยงานของรัฐต้องรับเภสัชทุกอายุถ้าเภสัชคนนั้นยังมีความรู้ความสามารถอยู่ แต่เพราะพวกเราเองที่ยังยอมรับเงื่อนไขการกำหนดอายุ(รวมทั้งเพศ) พวกที่มีอำนาจรับคนเข้าทำงานจึงยังออกกฎระเบียบกดหัวเราอยู่ อย่างที่เคยบอก ถ้าพวกเราพร้อมใจกันไม่ไปสมัครงานกับหน่วยงานที่มีกฎเสี่ยวๆแบบนั้น เขาก็จะเลิกกฎแบบนั้นไปเอง ที่นี้ก็ไม่ต้องกลัวตกงานหลังอายุ35แล้ว แต่ความเป็นจริงตอนนี้และอีกนานมันไม่ใช่ ดังนั้นถ้าตกงานหรือร้าน(ของตัวเอง)เจ๊งหลังอายุ35ต้องทำไง ก็จะไปทำไงได้ก็อย่าตกงานอย่าร้านเจ๊งสิ จบปะ!! ก็เลือกกันเองไม่ใช่เหรอที่จะยอมรับกฎระเบียบเสี่ยวๆแบบนั้น ทำยังไงก็ได้อย่างนั้น บอกแล้วไม่ฟัง
http://www.youtube.com/watch?v=4YAqxOVXEXw
มันยังไม่หยุดรับครับท่าน บริษัทเปรี้ยวเจ้านี้ ล่าสุดเห็นโพสเมื่อบ่ายวันที่20ตุลา57นี้เอง ต่อไปคงต้องระวังกันเองแล้วครับ เพราะผมคนเดียวคงตามไม่ทั่วถึงนะพี่น้อง
แก้ไขล่าสุดโดย เมจิก พี เมื่อ 20 ต.ค. 2014, 15:51, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต ขอบคุณที่สนใจ

โพสต์โดย urgent » 12 ต.ค. 2014, 02:16

เป็นกระทู้ที่ดีนะครับ ตีแผ่ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยายเลยทีเดียว
เป็นประโยชน์มากครับสำหรับรุ่นน้องทั้งหลายที่จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของพี่ๆ
จะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือกดขี่จากคนอื่นๆ หรือองค์กรต่างๆ ได้ครับ
ส่วนตัวผมติดตามเรื่อยๆครับ และเป็นกำลังใจให้ครับ อย่างให้อัพเดทต่อไป
ขอบคุณมากครับ
urgent
 
โพสต์: 2
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ย. 2010, 08:20

Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต ขอบคุณที่สนใจ

โพสต์โดย เมจิก พี » 08 พ.ย. 2014, 02:11

เปิดผลสำรวจค่าจ้างมนุษย์เงินเดือน(เลือกมาเฉพาะกลุ่มการแพทย์) ของสำนักงาน ก.พ. และสำนักงานสถิติแห่งชาติ
ข้อมูล ณ วันที่12 กันยายน 2014
ในช่วงที่ผ่านมา สำนักงาน ก.พ. และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้มีการสำรวจค่าตอบแทนภาคเอกชน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการเปรียบเทียบโครงสร้างและอัตราค่าตอบแทนระหว่างเอกชนและภาคราชการ นำเสนอคณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) ไปปรับปรุงค่าตอบแทนในภาครัฐให้มีความเหมาะสมต่อไป

ข้อมูลจากการสำรวจในปี 2556 มีสถานประกอบการอยู่ในขอบข่าย 9,475 แห่ง แบ่งเป็นกิจการเศรษฐกิจ 9,279 แห่ง และกิจกรรมโรงพยาบาลเอกชน 196 แห่ง ธุรกิจที่มีพนักงานประจำตั้งแต่ 101 คนขึ้นไป เก็บรวบรวมข้อมูลในช่วงเดือนพฤษภาคม- 2556 โดยเก็บข้อมูลสถานประกอบการภาคเอกชนทั่วประเทศ
สำหรับค่าตอบแทนของพนักงานประจำในโรงพยาบาลเอกชน ระดับผู้อำนวยการได้รับค่าตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด อัตรา 206,566 บาทต่อเดือน ตำแหน่งรองผู้อำนวยการได้รับ 131,403 บาทต่อเดือน กลุ่มงานผู้ช่วยผู้อำนวยการ/หัวหน้าฝ่าย/ผู้อำนวยการฝ่าย ได้รับเงินเดือน 95,006 บาท และ 59,380 บาท ส่วนหัวหน้าแผนก ผู้จัดการแผนก ได้ค่าตอบแทนไม่เกินเดือนละ 42,000 บาท

ในส่วนของค่าตอบแทนแพทย์ ตำแหน่งแพทย์เฉพาะทางได้รับค่าตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด เดือนละ 169,483 บาท รองลงมาคือทันตแพทย์และแพทย์ทั่วไป ได้รับ 120,809 บาท 108,350 บาทตามลำดับ เภสัชกรจะได้เงินเดือน 32,511 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่บริการทางการแพทย์ นักรังสีวิทยา ได้เงินเดือน 36,452 บาท ส่วนนักนักเทคนิคการแพทย์ กายภาพบำบัด ได้รับค่าตอบแทน 29,066-28,226 บาท ตามลำดับ

ตำแหน่งนักโภชนาการ ได้รับเงินค่าตอบแทนเฉลี่ยน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ คือ เดือนละ 24,072 บาท




ในส่วนราชการ อัตราค่าตอบแทนเฉลี่ยต่อเดือนของพนักงานบรรจุใหม่จำแนกตามวุฒิการศึกษาและตำแหน่ง(เลือกมาเฉพาะกลุ่มการแพทย์)
แพทย์ เงินเดือน 63,082 บาท เงินเพิ่ม 18,504 บาท
ทันตแพทย์ เงินเดือน 56,809 บาท เงินเพิ่ม 21,173บาท
เภสัชกรปริญญาตรี เงินเดือน 20,003 บาท เงินเพิ่ม 5,353 บาท
พยาบาล เงินเดือน 16,487 บาท เงินเพิ่ม 4,094 บาท

กลุ่มพนักงานใหม่ ที่แรกบรรจุในวุฒินักเทคนิคการแพทย์ เงินเดือน 16,063บาท เงินเพิ่ม 3,486 บาท
นักรังสีการแพทย์ เงินเดือน 16,267 บาท เงินเพิ่ม 4,054 บาท
นักโภชนาการ เงินเดือน 14,973 บาท เงินเพิ่ม 2,378 บาท

สรุปว่า

หากแบ่งตามกลุ่มวุฒิการศึกษาจะพบว่า กลุ่มพนักงานใหม่แรกบรรจุ ที่มีวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่า อาชีพเภสัชกรได้ค่าตอบแทนสูงสุด คือ 20,003 บาท รองลงมาคือตำแหน่งสถาปนิกและนักทรัพยากรธรณี ได้รับ 18,266 บาท และ 18,039 บาท ตามลำดับ
ปริญญาโท/เอก หรือเทียบเท่า พบว่า ตำแหน่งแพทย์ได้รับเงินเดือนแรกเข้าสูงกว่าตำแหน่งอื่น ประมาณ 63,082 บาท

ขอขอบคุณ thaipublica.org/2014/09/salary-survey-2013/
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต ขอบคุณที่สนใจ

โพสต์โดย เมจิก พี » 21 ธ.ค. 2014, 16:23

ยอดขายไล่เภสัช

ถึงกับเอ่ยปาก"ไล่"กันเลยเหรอ อ๋อ!!ไม่ถึงขั้นนั้นคงไม่ได้พูดว่า"ไล่"โดยตรง แต่เป้าหมายคือต้องการให้เภสัชลาออกไปเองจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าโน่นนี่นั่นตามกฏหมายหากมีการฟ้องร้องกัน วิธีการก็ไม่มีอะไรซับซ้อน คือหาเหตุมากดดันเภสัช เพื่อให้เภสัชคิดได้เองถ้าเภสัช"ไม่หน้าด้านพอ"ก็ลาออกไป อาทิเช่น เจ้าของร้านหรือผู้มีอำนาจจะ

-กล่าวหาว่า ลูกค้ามาฟ้องว่าเภสัชชอบต่อว่าลูกค้าที่มาซื้อยา ทำให้ลูกค้าไม่เข้ามาซื้อยาที่ร้านนี้ แต่ไปซื้อยาที่อื่น ทำให้ยอดขายตก เมื่อเภสัชถามกลับว่า คำไหนคือคำต่อว่า จะได้อธิบายชี้แจงว่าแท้จริงมันใช่คำต่อว่าลูกค้าหรือไม่ ผู้มีอำนาจก็ยกมาตอบมาได้ แต่จะเปรยๆอยุ่เรื่อยๆว่าเภสัชทำให้ลูกค้าไม่เข้าร้าน เราต้องเอาใจลูกค้า ยอดขายตกอย่างนี้ร้านก็อยู่ไม่ได้

-ประชุมคณะผู้ถือหุ้นของร้าน แล้วตั้งเป้าว่า3เดือนจากนี้ร้านต้องขายให้ได้วันละเท่านั้นเท่านี้ ถ้าไม่ได้ตามเป้า เภสัชต้องพิจารณาตัวเอง

-ให้คนในครอบครัวมาพูดแทนว่า ยอดขาย2-3เดือนนี้แย่มาก ตัวเภสัชดูจะเป็นภาระของร้านเหมือนกันนะ

-บ่นว่ายอดขายตก แล้วมีท่าทีหมางเมินกับเภสัชไม่พูดหรือทักทาย เมื่ออยู่ในร้านจะคุยหรือสั่งงานกับผู้ช่วยเหมือนไม่มีเภสัชนั่งอยู่ในร้าน

วิชาชีพนี้ดูเหมือนมั่นคง ความจริงก็ยังมั่นคงอยู่ เพียงแต่ไม่ได้มั่นคงในทุกงานเท่านั้น
แล้วถ้าเขาให้เภสัชออกเขาจะเปิดร้านได้เหรอ 5555555555ได้สิเภสัชแขวนป้ายยังมีขอ5555555555555อีกที

ขอบอกอีกเรื่อง เคยคุยกับน้องๆผู้ช่วยเภสัช เธอและเพื่อนอีก2-3คนในร้านเดียวกัน ถูกบริษัทยาที่เป็นเชนสโตร์เจ้าหนึ่งกล่าวหาว่าทุจริตคิดเป็นเงิน4-5แสนบาท ทนายความของบริษัทพูดจาหว่านล้อมให้พวกเธอเซ็นชื่อยอมรับผิดจะได้ผ่อนหนักเป็นเบาและอ้างว่ามีหลักฐานจากกล้องวงจรปิด แต่ขอดูกล้องก็ได้รับการปฎิเสธอ้างว่าเป็นหลักฐานสำคัญเปิดเผยไม่ได้ พวกเธอไม่รู้ข้อกฎหมายจึงยอมเซ็นชื่อ เธอยังบอกอีกว่า พวกผู้ช่วยชุดก่อนหน้าเธอก็โดนแบบเดียวกับเธอ พวกเธอมั่นใจว่าไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา แล้วเงินตั้งมากขนาดนี้เป็นไปได้เหรอว่าบริษัทจะไม่รู้มาก่อนหน้านี้ ทำไมถึงปล่อยให้เสียหายจนมากมายขนาดนี้ ตอนนี้เรื่องอยู่ในกระบวนการยุติธรรม จริงเท็จอย่างไรก็ว่ากันไปอีกนาน

ที่อยากจะบอกเพื่อนๆก็คือจริงหรือไม่จริงยังไม่ทราบ แต่ถ้ามีบริษัทที่คิดหากินกับพนักงานแบบนี้ เราจะรับมือไหวไหม แต่แนะนำว่าเลี่ยงไปทำงานที่อื่นสบายใจกว่ายังมีที่ให้เลือกอีกมาก และถ้าเป็นไปได้ก็ควรตรวจสอบประวัติของร้านหรือหน่วยงานที่เราจะไปทำงานด้วย (ก็เขายังตรวจสอบประวัติของเราเรย55555555555)บริษัทเชนสโตร์ร้านยานี้มีบริษัทแม่ขายสินค้าเกี่ยวกับอวัยวะส่วนล่าง ให้คนในครอบครัวมาดูแลบริษัทเชนสโตร์

ปี58แสดส่องสว่างจ้า เขียวมะกอกยังก้าวหน้าไม่หยุดยั้ง
สามัคคีแก้ปัญหาเต็มกำลัง ใหญ่แค่ไหนแพ้พลังเหล่าหมอยา


เห็นแล้วเสียความรู้สึก กับประกาศนี้ที่มองเภสัชเป็นแค่"พนักงาน" ก็ต้องเสียความรู้สึกกับคำว่า"พนักงาน"ต่อไป(เพราะมันเป็นเรื่องและเป็นข้อกฎหมายของพวกราชการ) คงมีผมเพียงคนเดียวที่ยังเข้าใจว่าเภสัชเป็นอะไรที่มีเกียรติมากกว่าคำว่า"พนักงาน"แต่คนอื่นเขารู้มาตั้งนานแล้วว่าเภสัชมันเป็นแค่พนักงานเท่านั้น
"รับสมัครเภสัชกร ... อัตรา
ตำแหน่ง พนักงานกระทรวงสาธารณสุข

มันเป็นคำของพวกราชการที่รับเภสัชเข้าทำงานตามสัญญาจ้าง(พนักงานราชการ มีกำเนิด เมื่อ ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วย พนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ซึ่งประกาศ ณ วันที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2547 โดยนำระบบลูกจ้างสัญญาจ้างสู่ทางปฏิบัติ โดยเป็นการจ้างตามภารกิจของโครงการ เนื่องจากในสมัยก่อน รัฐ มีข้าราชการจำนวนมาก ภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ บำเหน็จ บำนาญ รัฐ ต้องมีการจัดเตรียมให้ ซึ่งเป็นภาระที่ค่อนข้างสูงมาก ตลอดรวมถึง คุณภาพในการทำงานในระบบราชการ ยังไม่เป็นที่พอใจของรัฐมากเท่าที่ควร รัฐจึงต้องปรับเปลี่ยน เป็นพนักงานราชการ ซึ่งเป็นการจ้างตามสัญญาจ้าง เพราะรัฐได้เล็งเห็นจากการทำงานในรูปแบบบริษัท รัฐวิสาหกิจ ที่บุคคลในบริษัท รัฐวิสาหกิจดังกล่าว ทำงานได้ผลงานมากกว่าระบบราชการที่คิดว่า ข้าราชการทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม และเพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรให้มีความกระตือรือร้นในการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ คุณภาพมากยิ่งขึ้น จึงใช้ระบบของพนักงานราชการมาใช้กับหน่วยงานของรัฐ แทนอัตราของลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการ บางหน่วยงานจะได้พนักงานราชการ แทนอัตราข้าราชการ (แล้วแต่ความจำเป็น)
ซึ่งพนักงานราชการ จะต้องทำสัญญาจ้างทุก 4 ปี สิทธิประโยชน์ในการรับค่าตอบแทนจะได้รับค่าตอบแทนมากกว่าข้าราชการประมาณ 20 % ในทุกเดือน ไม่ได้รับค่าเช่าบ้าน ไม่ได้รับการรักษาพยาบาล เนื่องจากรัฐให้ทำประกันสังคม ไม่ได้รับบำเหน็จ บำนาญ แต่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามที่กำหนด รัฐต้องการให้พนักงานราชการบริหารจัดการตนเอง)
..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/306519
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต ขอบคุณที่สนใจ

โพสต์โดย เมจิก พี » 26 ธ.ค. 2014, 01:16

: พนักงานกระทรวงสา'สุข :lol: :lol: :lol:

คุณคิดว่า หมอ เป็น"พนักงาน"กระทรวงสา'สุขไหม?
หมอฟัน เป็น"พนักงาน"กระทรวงสา'สุขไหม?
เภสัชกร เป็น"พนักงาน"กระทรวงสา'สุขไหม?
5555555555555ข้อนี้ไม่ต้องคิด แล้วอีก2หมอต้องคิดไหมหรือไม่ต้องคิดเช่นกันว่า2หมอก็เป็นหรือไม่เป็นอันนี้ผมไม่รู้ และถ้า2หมอก็เป็น"พนักงาน"กระทรวงสา'สุข พวกเขารับได้ใช่ไหม ส่วนของเภสัช รับได้สบาย เพราะไม่เห็นมีใครค้านกับคำเรียกว่า"พนักงาน"ขอให้ได้งานก็ดีใจตายแล้ว จะเรียกอะไรก็ได้ฉันไม่สนใจ555555555เภสัชกรไทยไม่ถือตัว "เกียรติกินไม่ได้ แต่เงินซื้อข้าวกินได้" :lol: :lol: :lol:

:โพสที่หาเภสัชไปทำงาน หาได้เร็วมาก

โพส3ชั่วโมงปิดกระทู้แล้ว โอ้โฮสุดยอดมากตามดูไม่ทันเลย เพิ่งจะเห็นในวันปีใหม่นี่เอง ทำไมถึงเร็วปานนั้น ดูเอาเอง

รับสมัครเภสัชกร ร้านยาย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ
โพสต์โดย Mangkwang007 » 24 ธ.ค. 2014, 09:21


รับสมัครเภสัชกร Full time ร้านยาย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ
ลักษณะงาน
ให้คำปรึกษาและส่งมอบยา
เวลาทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน เลือกได้
8.00-16.00
หรือ 8.30-16.30
5 วันต่อสัปดาห์
หยุด เสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เงินเดือน 45,000 บาท

หรือ ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
เงินเดือน 50,000 บาท

ติดต่อโดยตรง ที่ ร้านอาคารยา
คุณตุ่ม 02-354-9353
02-354-9364
02-354-9384
Mangkwang007



Re: รับสมัครเภสัชกร ร้านยาย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ
โพสต์โดย Mangkwang007 » 24 ธ.ค. 2014, 12:55

ขออนุญาตปิดกระทู้ค่ะ

ขออนุญาตเจ้าของกระทู้ตรงนี้เลย ที่จะเปิดเผยชื่อและเบอร์ที่ใช้ในการโพสเพราะคงไม่มีอะไรเสียหายแต่ ขอชื่นชมว่าท่านเป็นผู้หนึ่งที่ช่วยยกระดับมาตรฐานค่าตัววิชาชีพของเภสัชกร เพราะค่าตัว45,000-50,000บาทต่อเดือนและเงื่อนไขวันหยุดและชั่วโมงทำงานที่ดีแบบนี้ ในเมืองกรุงและทั่วประเทศยกเว้นจังหวัดท่องเที่ยว มันหาได้ยากหรือไม่มีด้วยซ้ำ ก็เลยขอยกให้ท่านเจ้าของร้านนี้เป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องการจ้างเภสัชด้วยค่าตัวที่น่าพอใจอย่างยิ่ง ร้านอื่นที่ต้องการเภสัชอย่างรวดเร็วเพื่อให้งานที่ร้านไม่สะดุดก็ทำตามได้เลย ส่วนเภสัชคนนั้นต้องชมว่าจังหวะท่านดี555555555555555
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต updateล่าสุด มาเต็ม ขอบ

โพสต์โดย เมจิก พี » 04 ม.ค. 2015, 15:33

เป็นข้อมูลล่าสุดที่ผู้รวบรวมได้สรุปข้อมูลไว้ ณ วันที่29-30ธันวา57ที่ผ่านมา และบอกว่าเป็นข้อมูลค่าตัวของผู้ที่เพิ่งเข้าทำงาน แต่ผมดูแล้วไม่ว่าจะเพิ่งเข้าทำงานหรือทำงานนานแล้ว Rateของเภสัชก็อยู่ประมาณนี้แหละ เอาไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกสถานที่ทำงานของปีนี้หรืออีกหลายปีก็เป็นด้าย แต่ก็ต้องรอดูผลของAECที่จะเริ่มในปีนี้ด้วย แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีในอนาคต????????

ต่อไปนี้เป็นคำบรรยายและความคิดเห็นของผู้ที่จัดทำ

รายได้ถ้าเป็นปกติจะมาจาก

เงินเดือน : ส่วนใหญ่เรทตามข้าราชการ

ค่าใบประกอบวิชาชีพ : สำหรับเภสัชที่ไม่ทำร้านยาและ แพทย์/ทันตะที่ไม่ทำเอกชน

ค่า พตส : เงิน พ.ต.ส. คือ เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษของผู้ปฏิบัติงานด้านการสาธารณ สุขให้บริการด้าน
 การแพทย์ ทันตแพทย์  เภสัชกรรม  พยาบาล  เทคนิคการแพทย์ รังสีการแพทย์และกายภาพ
 บำบัด และ ด้านการสาธารณสุขอื่น ๆ สายงานเดียวกันอาจได้ไม่เท่ากัน แต่ใกล้เคียงกัน

ค่าเบี้ยเลี้ยงที่จริงคือค่ากันดารนั่นแหละสำหรับ แพทย์ ทันตะ เภสัช และพยาบาลที่ได้
ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในพื้นพี่กันดารกันหรอก (สายอื่นต้องอยู่ รพ.ชุมชน ถึงจะได้)

เภสัช
อีกหนึ่งคณะที่ไซโคเรื่องเงินเดือนกันกระหน่ำ บางคนบอกสูงเว่อ บางคนบอกจบไป
ไม่คุ้มเว่อ เรามาดูกันดีกว่า (เนื่องจากเภสัชไม่มีบังคับใช้ทุนเลยขอพูดถึงงานเอกชนด้วย)

รพ รัฐ
-เงินเดือนเรท 19000 - 23000 (คิดเรทของหลักสูตร 6 ปี )
-ค่าใบประกอบวิชาชีพ (ค่าไม่เปิดร้านยา) 5000
-ค่ากันดาร 3000-13000 ถ้าไม่กันดาร ได้ 3000 (ส่วนนี้ผ่านไป 3 ปีได้ปรับอีกแต่ไม่มากเท่าไหร่)
-ค่า พตส 1500 ถ้าทำเกี่ยวกับงานโรคติดต่อ หรือยามะเร็ง ส่วนนี้จะได้ 3000

ส่วนนี้ถ้าไม่รวมโอทีจะอยู่ที่ประมาณ 27000 - 33000

ช่วงของค่าเวรค่อนข้างกว้าง อยู่ที่ 800 - 13xx (รพ รัฐ) คิดตรงกลางที่ 1000 และกัน

จำนวนเวรของเภสัช รพ รัฐนั้น ไม่ค่อยคงที่ บาง รพ คนนึงอยู่แค่ 5-8 แต่บาง รพ
ต้องอยู่เวรถึง 15 เวร คิดเฉลี่ยตรงกลางที่ 8 เวร รวมๆ อยู่ที่ 8000 มีค่าคลีนิคพิเศษอีก
นิดหน่อยแล้วแต่ รพ ประมาณ 2 - 5 พันบาท

ค่าตอบแทนโดยรวมของเภสัช รพ รัฐ อยู่ที่ 37000 - 43000 โดยประมาณ (บางคน
เก็บเวรบางคนได้ถึง 5 หมื่นก็มีมาแล้ว) รายได้ที่ควรจะเป็นจะอยู่ประมาณนี้

รพ เอกชน ค่าตอบแทนมากกว่า รพ รัฐไม่มาก แต่จะมากกว่าตรงค่าเวร ซึ่งเวรละ 1400
ก็เคยเห็นมาแล้ว เอาเป็นว่ารวม ๆ อยู่ที่ 40000 อัพ โดยประมาณ

ร้านยา อันนี้หาข้อมูลง่ายมากเสริจเอาได้เลย ปกติถ้าทำงาน 5 วันจะอยู่ที่ 30000
รวมค่าใบประกอบแล้วรวมค่ายอด กะค่าโอที อยู่ที่ 35000 อัพ ได้สบาย บางเจ้า
จ้างเหมา 6 วัน ต่อสัปดาห์ 40000 แต่ถ้าอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยว
รวมค่ายอดแล้ว อาจสูงถึง 50000 - 60000 แถมบางที่ยังมีที่พักให้อีกแหนะ

โรงงาน อันนี้จะมีแค่เงินเดือนกะค่าใบประกอบ ยังไม่รวมโออยุ่ที่ 27000-30000
จะมีค่าปิดงานด้วยสำหรับบางสายงาน ถ้ามีโอทีให้ทำด้วยอีก รวม ๆ ก็ 35000 อัพสบาย ๆ

ผู้แทนยา ปกติจะมีบริษัทยาส่วนหนึ่งที่เป็นบริษัทใหญ่ ๆ รับเฉพาะเภสัช (ซึ่งส่วนใหญ่เภสัชจะเป็นผู้
แทนยาพวกนี้) ค่าวิชาชีพโน่นนี่นั่นรวม 30000 - 40000 ค่าคอมถ้าเป็นไปตามเป้า
อยู่ที่ประมาณ 30000 - 40000 รวม ๆ มันก็ 6 - 7 หมื่นอัพนั่นแหละ

แพทย์ (แพทย์ใช้ทุน)
ส่วนนี้จบใหม่ยังไงก็บังคับใช้ทุน เพราะฉะนั้นจะพูดถึงค่าตอบแทนของ รพ รัฐ
ของเด็กจบใหม่เป็นหลักนาครับ ซึ่งแต่ละ รพ จะให้เรทหรือปรับค่าตอบแทนในส่วนต่าง ๆ
ที่แตกต่างกันไป อันนี้เอามาจากประกาศกระทรวงเป้นหลักเน่อ



-เงินเดือนเรท 21000 - 25000
-ค่าใบประกอบวิชาชีพ (ค่าไม่ทำคลีนิคเอกชน/ค่าไม่เปิดคลีนิค) 10000
-ค่ากันดาร 10000-30000 ถ้าไม่กันดาร ได้ 10000 (ส่วนนี้ผ่านไป 3 ปีได้ปรับอีกพอสมควร
สำหรับแพทย์ O_o ถ้าไม่กันดาน 10000 ปรับเป็น 30000 กันเลยทีเดียว)
-ค่า พตส 5000 -15000 ส่วนใหญ่จบใหม่ได้ 5000

เอาล่ะเหวย แค่ค่าตอบแทนปกติไม่รวมโอที (ค่าเวร) คุณหมอสูงถึง 45000 - 50000 เลยทีเดียว แน่นอนว่าแพทย์ยังไงก็ต้องเข้าเวรอยู่แล้วโดยเฉพาะแพทย์จบใหม่ ซึ่งค่าเวรนั้น
แพทย์จบใหม่ส่วนใหญ่จะต้องทำ 15-20 เวร อาจมากน้อยแล้วแต่ รพ แต่สว่นใหญ่
จะมากกว่าที่บอกเพราะหมอรุ่นใหญ่ ๆ เค้าจะขายเวรให้ ปกติค่าเวรของแพทย์จะอยู่ที่
1200 - 1800 (สำหรับ รพ รัฐ อาจมีมากกว่าหรือน้อยกว่านี้) เอาค่าเฉลี่ยตรงกลางที่ 1500
ทำเดือนละ 16 เวร (โดยประมาณ) ตัวเลขค่าเวรของแพทย์พุ่งไปถึง 24000 บาท

เมื่อรวมกับค่าตอบแทนส่วนอื่น ๆ แล้วได้รวมเดือนนึง 65000 - 70000 อัพ
(บางคนขยันเก็บเวรจะได้เกือนละเกือบแสนก็มีมาแล้ว)

เมื่อใช้ทุนเสร็จค่าเวรส่วนนี้ถ้ารับอยู่เวรของเอกชนจะสูงถึงเวรละ 3000 - 6000 เลยทีเดียว

ทันตแพทย์ (ทันตแพทย์ใช้ทุน)
ค่าตอบแทนของเด็กจบใหม่ที่ใช้ทุน รพ รัฐ ไม่ต่างจากแพทย์มากนักต่างกันตรงที่
ไม่ต้องเข้าเวร แต่อาจได้ค่าฝีมือเพิ่มเติม (แล้วแต่ รพ) รวม ๆ แล้วอยู่ที่ 45000 - 50000
(แน่นอนว่าเมื่อใช้ทุนเสร็จค่าตอบแนจะเพิ่มเป้นหลายเท่าตัว)

พยาบาลวิชาชีพ
-เงินเดือนเรท 15000 - 17000
-ค่ากันดาร 1200- 3000 ถ้าไม่กันดารได้ 1200 (ส่วนนี้ผ่านไป 3 ปีได้ปรับอีกแต่ไม่มากเท่าไหร่)
- พตส เด็กจบใหม่ 1000 - 1500
(บาง รพ ใจร้ายเอาทุกอย่างรวมกันเท่ากับ 15000 เฉยเลยก็มี)

รายได้ไม่รวมค่าเวร อยุ่ที่ประมาณ 15000 - 20000

แต่อย่างที่ได้ยินมากันว่ารายได้ของพยาบาลครึ่งนึงมาจากการอยู่เวร ซึ่งพยาบาลคนนึงนั้น
จะต้องอยู่เวรถึง 20 - 25 เวร อาจมากกว่านี้(แม่เจ้าาาา ยอดมนุษย์มาก ตอนรู้จำนวนเวรของพยาบาลที่ต้องทำแล้วตกใจมาก ปรบมือให้รัว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ) โดยค่าเวรเรท รพ รัฐอยู่ที่
400 - 800 บาทแล้วแต่ รพ คิดตรงกลางที่ 600 เอาไปคูณกับ 22 ตัวเลขอยู่ที่ 13600

เอาจริง ๆ พยาบาลจบใหม่ได้ถึง 3 หมื่นจริง ๆ นั่นแหละ รวมค่าเวรแล้วประมาณ
28000 - 33000 ซึ่งถ้าอยู่เอกชนรวมค่าเวรจะอยุ่ที่ 30000 ปลาย ๆ ได้สบาย
(ปล เงินนี้คือทางทฤษฎีนะครับ ในทางปฏิบัติ การอยู่เวรเดือนละ 20-25 เวร
มันจะเหนื่อยมาก เสมือนการทำงานวันละ 16 ชั่วโมง (ในเวลาราชการ 8 + เวร8
*แก้ไขเพิ่มเติม)เป็นเวลา 20 วันหนะมันเหนื่อยมากนะครับ)

เทคนิคการแพทย์ /กายภาพบำบัด /สายงานอื่น ๆ ในสหเวชศาสตร์
-เงินเดือนเรท 15000 - 17000
-ค่ากันดาร 1200 กันดารเท่าไหร่ก็ได้ 1200
- พตส เด็กจบใหม่ 1000
(บาง รพ ใจร้ายเอาทุกอย่างรวมกันเท่ากับ 15000 เฉยเลยก็มี)

รายได้ไม่รวมค่าเวร อยุ่ที่ประมาณ 15000 - 19000
ส่วนนี้จะไม่ต่างจากพยาบาลมากเท่าไหร่ ต่างกันตรงจำนวนเวรที่มีน้อยกว่า

เมื่อรวมกับค่าเวรแล้วสายงานนี้จะอยู่ที่ หมื่นปลาย ๆ ถึงสองหมื่นกลาง ๆ
เทคนิคการแพทย์มีเวรให้เก็บมากกว่าถ้าเก็บเวรเต็มที่อาจอยู่ที่ 2 หมื่นปลายๆ
ส่วนกายภาพบำบัดมีเวรให้ทำไม่มากทำให้อยุ่ประมาณ หมื่นปลาย ๆ ถึงสองหมื่นกลาง ๆ

ส่วนสายงานอื่นของ กายภาพบำบัดถ้าทำงานด้านอื่นเช่นคลีนิคกายภาพ สปา
หรือสายแพทย์สนาม ก็จะได้ประมาณเรทในโรงพยาบาล
(รพ ได้มากกว่า นะส่วนใหญ่เท่าที่เห็น เพราะได้ค่าโน้นนี่บวกเพิ่มด้วย)
แต่ถ้าทำ รพ เอกชนก็อยู่ที่ 2 หมื่นต้น ๆ ตามที่บอกไปเลย (อาจมากกว่า รพ รัฐ
ประมาณ 2-3 พัน)

ส่วนเทคนิคการแพทย์ ถ้าอยู่เอกชน รวมค่าเวรแล้วจะพุ่งไปอยู่ที่ 3 หมื่น
สำหรับ รพ ดัง ๆ ใหญ่ ๆ

ผู้ช่วยพยาบาล /ผู้ช่วยทันตแพทย์ /ผู้ช่วยเภสัช/
เท่าที่รุ้ว่ามาคือถ้าทำงานใน รพ ของรัฐ เวลาราชการได้วันละ 500- 600
ถ้าอยู่เวรได้เวรละ 250 - 300 รวม ๆ ได้ 10000 - 17000

ผุ้ช่วยทันตะถ้าอยู๋คลีนิคได้ประมาณ 12000 - 15000 อัพ
ผู้ช่วยเภสัช บางแห่งที่ค่า % ยอดขายเพิ่มให้ รวม ๆ แล้วประมาณ 12000 อัพ

สัตวแพทย์
สัตวแพทย์เรียน 6 ปี เนื่องจากโรงพยาบาปกติไม่มีสายงานนี้ ปกติถ้าอยู่กับรัฐจะเป็นพวกตาม
กรมต่าง ๆ หรืออำเภอที่มีส่วนทีจำเป้นต้องมีสัตวแพทย์ ค่าตอบแทนปกติจึงมาจาก
ฐานเงินเดือนเพียงอย่างเดียว (อาจมีค่าใบประกอบวิชาชีพด้วยในบางที่
เพราะการสอบใบประกอบเพิ่งมีไม่กี่ปี) ค่าตอบแทนจึงเป้นเงินเดือนเรท ป โทเพียงอย่างเดียว
ที่ 19000-23000 แต่เวลาว่างค่อนข้างเยอะส่วนใหญ่สัตวแพทย์ก็มีเปิดคลีนิคกันต่อ
ในช่วงเย็น

หรือถ้าอยู่คลีนิคเอกชน หรือ รพ รักษาสัตว์ เอกชน ค่าตอบแทนจะอยู่ที 25000 อัพ
อาจมีค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากการรักษารายหัว ซึ่งแล้วแต่ตกลงกับทางคลีนิค

หลักสูตร 4 ปีอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พยาบาล

ตรงนี้ถ้าทำกับภาครัฐรายได้จะคล้ายกับสหเวชเกือบทั้งหมด
ทั้งแพทย์แผนไทย ส่งเสริมสุขภาพ และสายงานอื่น ๆ ที่เรียน 4 ปีที่ทำงานใน รพ รัฐ
ค่าตอบแทนจะเป็น
เงินเดือน 15000-17000
เงินเบี้ยเลี้ยง (ค่ากันดาร) 1200
ค่า พตส 1000
รายได้ทังหมดยังไม่รวมค่าเวรได้ 15000 - 19000 (ส่วนใหญ่ 17000)

ค่าเวรอันนี้ไม่แน่ใจว่ามีเวรให้ทำในทุก รพ รึเปล่า แต่คิดว่ามีเวรให้เก็บไม่มาก
จำนวนเวรพอ ๆ กับกายภาพบำบัดหรืออาจไม่มีเวรให้ทำเลยก็ได้อันนี้
แล้วแต่ รพ จะกำหนด ถ้ามีเวรให้เก็บเรทค่าเวรอยู่่ที่ 400 - 800
สรุปโดยรวมสายงานนี้น่าจะอยู่ที่ 15000 - 23000 (ไม่แน่ใจเรื่องจำนวนเวร)

แพทย์แผนจีน

ปัจจุบันคนยังไม่เห็นความสำคัญของหลักสูตรนี้เท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่ควรจะให้ความสนใจ
กันได้แล้ว คนส่วนใหญ่ยังเอาคนที่จบหลักสูตรแพทย์แผนจีนไปเหมารวมกับ
หมอแมะ (คือแพทย์แผนจีนคนเก่าคนแก่ ที่รักษาโดยการจับเส้นฝังเข็ม
แต่ไม่ได้จบหลักสูตรนี้โดยตรงแต่เป็นคนเก่าคนแก่ที่รู้เรื่องพวกนี้)
ซึ่งส่วนตัวชอบสายงานของแพทย์แผนจีนมาก มัน miracle โค่ ด ๆ

รพ รัฐส่วนใหญ่ยังไม่มีแผนกนี้บรรจุเข้าไป ทำให้การจ้างงานของแพทย์แผนจีน
มีค่าตอบแทนที่ต่างกันในแต่ละ รพ พูดง่าย ๆ คือ รพ คิดอัตราค่าตอบแทนขึ้นเอง
ทำให้ช่วงรายได้ค่อนข้างแกว่ง การรับสมัครหาที่หาข้อมูลได้จะสตาร์ท
ที่ 15000 - 20000 บาท (ส่วนใหญ่ 17000 - 18000) โอทีจะเก็บเป็นเคส
ถ้ามีโอทีให้ทำโดยรวมจะอยู่ที่หมื่นปลาย ๆ ถึง 2 หมื่นต้น ๆ

เมจิก พี:เอามาให้ดูหลายๆวิชาชีพในสายสา'สุขเพื่อจะได้รู้สถานะว่าเราเป็นอย่างไร เพื่อนร่วมวงการเขาอยู่ประมาณไหน ที่สำคัญคือนอกจากรายได้ที่เราต้องรักษาและเพิ่มระดับแล้ว อย่าลืมรักษาและพัฒนาขีดความสามารถของตัวเองด้วย และต้องห่วงใยชาวบ้านที่มาติดต่อกับเราดุจญาติมิตร

ข้อมุลนี้คัดมาจาก dek-d.com ขอขอบคุณที่ให้ข้อมูลดีๆเหล่านี้ด้วย
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต updateล่าสุด มาเต็ม ขอบ

โพสต์โดย เมจิก พี » 06 ม.ค. 2015, 01:14

เภสัชฉลาดน้อยกับเจ้าของร้านยาฉลาดมาก

Re: update ค่าตัวเภสัช New update =อดีต=ปัจจุบัน=อนาคต???
โพสต์โดย เมจิก พี » 19 ก.ค. 2013, 14:14

update ค่าตัวเภสัช New update =อดีต=ปัจจุบัน=อนาคต??? ตอนที่1
P/T ทั่วไป ชั่วโมงละ 120-130-150-170-200-220 บาท
โรงพยาบาลชั่วโมงละ 120-130-150-160-200-250 บาท

Updateค่าตัวพยาบาล
โพสต์โดย เมจิก พี » 08 ก.ค. 2013, 18:29
โรงพยาบาลพญาไท1,2 ให้ที่110/ชม.
โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ที่120/ชม.
สถานที่ปฏิบัติงาน ::
กรุงเทพมหานคร
ThaiClinic.Com - ค่าเวรพยาบาลยังคงรับต่ำกว่า 100/ ชม. กันอยู่หรือ

เอา2โพสเก่ามาให้ดูเปรียบเทียบกันในเรื่องค่าP/Tระหว่างเภสัชกับพยาบาล เพื่อจะบอกให้รู้ว่า ณ ชั่วโมงนี้ พ.ศนี้(58) ยังมีเภสัช(ที่เรียน5,6ปี)ฉลาดน้อยจำนวนหนึ่งที่ยังยอมรับค่าตัวP/T 100บาท/ชั่วโมงจากร้านยาเอกชนแห่งหนึ่งครับ ขณะที่พยาบาล(เรียน4ปี)ได้รับค่าP/T110-120บาท/ชั่วโมงจากโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าใครฉลาดน้อยหรือใครฉลาดมาก เภสัชฉลาดน้อยพวกนี้คงจะไม่ได้สนใจหาข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเอง อาจจะสนใจแต่แชทไลน์ ไม่สนใจ ข่าวคนไทยตกเขาหรือเจ้าเครื่องAIR ASIAตกทะเลรวมทั้งไม่ได้สนใจกระทู้UPDATEค่าตัวเภสัชด้วย
:o ก็ในเมื่อเจ้าของร้านยาเขาให้ที่ราคา100บาท/ชั่วโมงแล้วยังมีเภสัชฉลาดน้อยยอมรับค่าตัวนี้ แล้วเขาจะupค่าตัวเราไปหาตะบักตะบวยทำไม นี่เป็นความฉลาดของเขาที่จะกดค่าตัวเรา ตามหลักต้นทุนต่ำสุดกำไรสูงสุด แล้วก็มีเภสัชฉลาดน้อยไปติดเบ็ด แถมบางร้านยังเอาค่าคอม ค่าหยิบ ค่าอินเซ็นทีฟมาล่อ เพื่อหวังให้เราสร้างยอดขายให้หลายแสน กำไรหลายหลายหมื่นถึงเป็นแสน แล้วโยนเศษเงินแค่ไม่กี่พันมาให้เราหลงไหลได้ปลื้ม จนเภสัชฉลาดน้อยคิดว่ามันคุัมกับค่าชั่วโมงละร้อย นี่ก็เป็นความฉลาดของเจ้าของร้านยา ซึ่งเงินรางวัลมันเป็นคนละส่วนกับค่าแรง เงินรางวัลมันไม่แน่นอน บางทีได้บางทีไม่ได้ แต่ค่าแรงเป็นสิ่งที่ต้องได้แน่ๆ เราจะเอาสิ่งที่ไม่แน่นอนมายึดเป็นมาตรฐานค่าแรงไม่ได้ และพวกเงินรางวัลก็มักจะได้จากการขายยาที่ไม่ค่อยจำเป็นในการรักษาหรือเป็นยาค้างเก่า หรือ อาหารเสริม เสริมอาหาร ที่ไม่ได้ผลชัดเจนต่อสุขภาพ แต่เอามาเชียร์ขายเพื่อรีดเงินจากผู้ที่มาซื้อยา นี่ก็เป็นความฉลาดของเจ้าของร้านยาอีกเหมือนกัน
:o ยังมีเวลากลับตัวกลับใจสำหรับพวกเภสัชฉลาดน้อยพวกนี้ที่จะหันหลังให้กับเจ้าของร้านที่กดค่าตัวพวกเรา ไม่ต้องห่วงครับว่าจะไม่มีใครจ้างในอัตราที่มากกว่าชั่วโมงละร้อยมีแน่ๆและมีมากด้วย เลิกฉลาดน้อยได้แล้วครับ ไม่อายพยาบาลบ้างเหรอ พวกเธอถ้ารู้คงขำตาย เภสัชเรียน5,6ปียังได้เงินเท่าหรือน้อยกว่าชั้นที่เรียน4ปีซะอีก55555555555555
:o พวกเราอย่าลืมว่าในแวดวงวิชาชีพไม่ได้มีแต่ท่านคนเดียว จะทำอะไรก็นึกถึงแต่ตัวเองคนเดียว คิดย่างนี้ไม่ได้ เพราะสิ่งที่ท่านทำมันจะเป็นบรรทัดฐานให้เพื่อนร่วมวิชาชีพคนอื่นด้วย ถ้าท่านสร้างบรรทัดฐานที่ต่ำ เพื่อนๆคนอื่นก็จะเสียโอกาสไปด้วย อย่าให้เจ้าของร้านยาฉลาดมากไปกว่านี้เลย

ส่วนใครที่ยังไม่ได้ติดตามupdateค่าตัวล่าสุด มาเต็ม ขอบอก ก็เชิญติดตามได้เลยครับที่คอลัมน์ด้านบนติดกับคอลัมน์นี้
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ปัจฉิมลิขิต "รายได้"ดีจริงดิ

โพสต์โดย เมจิก พี » 19 ก.พ. 2015, 23:33

"รายได้ดี"จริงดิ
หลายๆกระทู้ที่ประกาศรับเภสัชทั้งF/TและP/T เงื่อนไขการรับต่างๆจะบอกหมดยกเว้น เรื่องเงินค่าจ้างมักไม่บอกแต่ใช้คำว่า"รายได้ดี"เท่าที่เคยสอบถาม รายได้ไม่ดีจริงอย่างที่โม้ไว้ อย่างเช่นP/Tก็ให้แค่90-110บาท/ชั่วโมง F/Tรวมใบให้25,000-30,000บาท ซึ่งถ้าแยกเป็นค่าตัวจะเหลือแค่15,000-20,000บาทเท่านั้น(่ค่าใบประกอบupdateที่10,000บาท/เดือนแล้วตอนนี้ในเขตกรุงเทพและปริมลฑล)ต่ำกว่ามาตรฐานค่าตัวเภสัชอย่างมาก ถ้ารายได้เราให้ดีจริงเรายิ่งต้องประกาศให้โลกรู้ จะทำให้น้องๆและเพื่อนๆเภสัชสนใจในงานเรา จะได้มาสมัครงานกับเรามากขึ้น เราก็จะได้มีโอกาสคัดคนหรือทำให้เราได้เภสัชไปทำงานเร็วขึ้น บ้างก็อ้างว่าที่ไม่ประกาศเพื่อให้น้องๆเพื่อนๆจะได้โทรศัพท์ไปสอบถามพูดคุย ก็แล้วแต่ครับ อย่างที่บอกไว้ถ้าให้รายได้ดีจริงเราต้องประกาศ จะไปอายอะไรเพราะเราของจริง น้องๆเพื่อนๆเขาจะแห่โทรไปสอบถามแห่ไปสมัครเอง สมัยนี้หรือสมัยไหนก็เป็นยุคแห่งการแข่งขัน ใครจ่ายดีก็มีโอกาสได้คนเก่งคนมากฝีมือไปทำงาน สำคัญแต่ว่า เรากล้าที่จะแข่งขันไหมหรือไม่ต้องการแข่งขันเพียงแต่ต้องการรับเภสัชเพื่อให้ครบองค์ประกอบของร้านเท่านั้น ถ้ากล้า ก็ประกาศรายได้ที่เราจะจ้างเภสัชออกมาสู่สาธารณะเลยไม่ต้องลูกเล่นอะไรมากมาย กลัวแต่ว่าที่บอกรับเภสัช"รายได้ดีมันเป็นรายได้ดีของใคร"?????
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ซีเกมส์มาแล้ว ไปดูค่าตัวเภสัชสิงคโปร

โพสต์โดย เมจิก พี » 09 มิ.ย. 2015, 19:18

images (2).jpg
images (2).jpg (8.12 KiB) เปิดดู 10208 ครั้ง
images (3).jpg
images (3).jpg (13.91 KiB) เปิดดู 10208 ครั้ง
<<ค่าตัวเภสัชสิงคโปร์>>
ช่วงนี้กระแสซีเกมส์กำลังมา ซึ่งปีนี้การแข่งขันจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 6-16 มิถุนายน 2558( SEA Games Singapore 2015 ครั้งที่ 28) สถานที่จัดการแข่งขันครั้งนี้คือ อุทยานกีฬาสิงคโปร์ อีกทั้งยังมีสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์แห่งใหม่ ที่มีความจุของผู้ชมในสนาม 55,000 ที่นั่ง ซึ่งจะใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันหลักในครั้งนี้ ติดตามการแข่งขันและถ่ายทอดสดได้จากสารพัดสื่อ
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเภสัชกรไทยเมื่อเข้าสู่AEC มาดูกันว่า เภสัชกรเพื่อนบ้านของเราคือเภสัชกรสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่าประเทศไทย มีรายได้เป็นอย่างไร ตามนี้เลย!!!

Pharmacist Salary (Singapore)
A Pharmacist earns an average salary of S$44,593 per year. Most people with this job move on to other positions after 20 years in this career.
Salary

S$27,211 - S$70,885 per year
Bonus
S$0.00 - S$16,213
Total Pay (?)
S$26,842 - S$80,497
Country: Singapore | Currency: SGD | Updated: 16 May 2015 | Individuals Reporting: 104
National Average:: $48,291
อัตราแลกเปลี่ยน 1 SGD = 24.9220 THB
1 000.00 ดอลลาร์สิงคโปร์ =
24 921.96 บาท(2015-06-09 )

เงินเดือนยังไม่รวมโบนัส คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนนี้ก็จะได้ดังนี้
S$27,211 - S$70,885
S$27,211 x 24.9220=678,098.12บาทต่อปีหรือ56,508.18บาทต่อเดือน
S$70,885x 24.9220=1,766,595.97บาทต่อปี หรือ147,216.33บาทต่อเดือน
average salary of S$44,593 per year. =S$44,593x24.922=1,111,346.75 บาทต่อปี หรือ 92,612.23บาทต่อเดือน
National Average: $48,291x24.922=1,203,508.30บาทต่อปีหรือ100,292.36บาทต่อเดือน

ถึงแม้ ค่าเฉลี่ยเงินเดือนเภสัชที่สิงคโปร์ ยังน้อยกว่าค่าNational Average ของสิงคโปร์ แต่ก็สูงกว่ามากๆๆๆๆๆเมื่อเทียบกับเงินเดือนของเภสัชไทย(ที่สูงกว่ารายได้National Averageของไทย) ที่ในปัจจุบันดูเหมือนกำลังถูกกดราคา โดยให้เงินเดือนที่ยังดูยังดี แต่ เวลาทำงานต่อวันเพิ่มเป็น9+1หรือ10+1ชั่วโมงต่อวัน
เพี่ิอนเภสัชมนุษย์เงินเดือนหลายคนพลาดตรงนี้ไปยอมรับข้อเสนอของนายจ้าง โดยลืมไปว่ากฎหมายแรงงานให้ชั่วโมงทำงานสัปดาห์ละไม่เกิน48ชั่วโมง นอกนั้นต้องเป็นOT. บางแห่งก็ให้เงินเดือนแค่หมื่นปลาย ถ้ารวมใบฯด้วยก็ประมาณ2หมื่นปลายถึง3หมื่นต้น ที่น่าเจ็บใจคือเจ้าของธุรกิจก็เป็นเภสัช แต่ไม่ช่วยยกระดับรายได้วิชาชีพ ไม่ยกไม่ว่าให้เสมอมาตรฐานก็ยังดี แต่นี่ไม่ กลับกระทืบซ้ำด้วยการให้เงินเดือนแค่หมื่นปลายๆอีก สุดยอดเภสัชไทยจริงๆเพื่อนพ้องน้องพี่
=บางที่ มีลูกเล่น บังคับวันหยุด ห้ามหยุดเสาร์-อาทิตย์ เขาเป็นเจ้าของกิจการ เจ้าของเงิน เขาทำได้
กำลังจะบอกน้องๆและเพื่อนๆว่าถ้าอยากเสียเปรียบหรือไม่อยากใช้ชีวิตกับคนในครอบครัวในวันหยุด ก็จัดไปเรยครับ ส่วนอีกหลายๆคนขอบอกว่า พวกท่านยังมีใบประกอบฯ สามารถเปิดกิจการเองได้ อย่าไปกังวลว่าจะไม่ได้งานหรือยอมเป็นเบี้ยล่างไปทำไม ไม่ต้องกลัวเรื่องแหล่งเงินทุนมีให้กู้เยอะแยะมากมาย เภสัชกร ใครๆก็อยากให้กู้ เรื่องทำเล ตระเวณดูมีเยอะแยะมากมายอีก ไม่ต้องกลัวคู่แข่ง เราทำเองมีความคล่องตัวและเข้าถึงใจลูกค้าและให้บริการได้ดีกว่าพวกร้านแฟรนไชน์หรือร้านเชนสโตร์ทั้งหลายแหล่ ดีเสียอีก ยิ่งพวกเจ้าของธุรกิจกดค่าตัวเรามาก ก็เท่ากับเพิ่มคู่แข่งทางการค้า คู่แข่งทางการค้านั้นไม่จำเป็นต้องตั้งร้านในละแวกเดียวกัน แต่เขาจะเริ่มรู้สึกเมื่อลูกค้าเข้าร้านน้อยลงเพราะลูกค้าไปซื้อยาแถวบ้านแล้วเพราะมีร้านเภสัชมาเปิดใกล้บ้าน
= มีอีกเจ้าของธุรกิจบางคนที่เป็นเภสัช พอลืมตาอ้าปากได้เป็นเจ้าของเงิน เป็นเจ้าคนนายคน มีอำนาจ คำพูดคำจา ฟังจากน้องๆและเพื่อนที่ไปสมัครงานหรือสอบถามงาน เจ้าของธุรกิจที่เป็นเภสัชบางคน ดูหยิ่งยะโสมากแบบข้าใหญ่กรูเป็นเจ้าของร้าน ก็ปล่อยแกไปตราบใดที่บุญวาสนาแกยังมีอยู่แกก็ทำได้ทุกอย่าง ข่าวว่าเป็นร้านแถวชายแดนนครปฐมต่อกรุงเทพมีหลายสาขา กับอีกร้านแถวอโศก เจ้าตัวคงไม่รู้แต่คนรับฟังเขารู้สึก
= บางร้านแถวประตูน้ำมีสาขาแถวชลบุรีด้วย เพื่อนเล่าว่าตอนไปติดต่อสมัครงานสาขาประตูน้ำ คนที่ใหญ่ที่สุดในร้านเป็นผู้หญิงเข้ามา ผู้ช่วยก็เข้าไปแนะนำว่ามีเภสัชจะมาสมัครงาน คนที่ใหญ่ที่สุดในร้านคนนี้มองด้วยหางตา ไม่ได้รับฟังการแนะนำเภสัชที่จะมาสมัครงานของผู้ช่วย แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะของแก ไม่ได้สนใจที่จะเรียกเภสัชที่มาสมัครงานไปคุย อย่างนี้ก็มี แกคงคิดว่าเภสัชจะไปยืมตังแกมั้งหรือเภสัชต้องงอนง้อของานจากร้านแก แกเรยเล่นองค์ทรงเครื่อง อย่างนั้นเรยนา เภสัชกลับดีกว่า555555555555
=ยังยังไม่จบ พวกมีตังเป็นเจ้าของร้าน แต่ไม่มีภาวะผู้นำ ทำตัวเป็น"อีแอบหรือไอ้แอบ"หมายความว่าไง ก็เวลาน้องๆหรือเพื่อนๆไปสมัครงาน แล้วแกเจ้าของร้านไม่ชอบใจไม่รับเข้าทำงาน ก็ควรจะโทรแจ้งบอกหรือไลน์หรือเมล์ smsบอกผู้สมัครหน่อยว่า เขาไม่ผ่านการพิจารณา แต่นี่ไม่ เงียบเป็นเป่าสากเรย ไม่มีติดต่อกลับให้เดากันเอาเองว่า"กรูไม่รับ" แล้วคนที่สมัครไม่ติดต่อกลับไปถามเองล่ะ มันก็มีที่ติดต่อกลับไปทางโน้นก็แทงกั๊ก และบางแห่งโทรไป ทางโน้นบอกว่าจะติดต่อกลับมาเอง คนสมัครก็รอไปจะโทรไป ก็เกรงใจ ก็เขาบอกว่าจะโทรกลับไง นี่แหละภาวะผู้นำของคนมีตังบางคน ก็เป็นร้านแถวจตุจักรมีสาขาแถววัดเสมียนนารี ร้านขายยาของห้างดังใกล้ถนนคู้บอน ร้านยาทอมและเจอร์รี่เป็นเชนร้านยาในห้าง และร้านยาในจังหวัดนนทบุรี 3-4ร้านเป็นแบบนี้ มีร้านอื่นอีกที่ผู้ให้ข้อมูลไม่อยากจะเอ่ยถึงให้เสียความรู้สึกอีก
=ขอหยิบประเด็นนี้มาบอกซ้ำกันอีกครั้ง คือบางร้านในห้างและแถบอนุสาวรีย์ประกาศรับเภสัชบ่อยมากๆ ประมาณ2-3เดือนครั้ง รับในตำแหน่งเดิมๆ จะว่าขยายงานก็คิดได้ แต่มันจะโตเร็วไรปานนั้น รับเภสัชปีละ3-4คนในร้านเดิมเนี่ยนา ที่เห็นตอนนี้มีอยู่ร้านหนึ่งตั้งแต่ปลายปีที่แล้วถึงวันนี้ ประกาศรับไป3ครั้งแล้ว จะว่าเป็นประกาศเดิม ของครั้งก่อนที่ยังหาเภสัชไม่ได้ก็คิดได้ แต่มันหายไป2เดือนก็มาประกาศอีก ถ้าเป็นประกาศเดิม ความต่อเนื่องในการupdateมันจะมีเป็นระยะไม่น่าจะหายไปนาน ก็อยากจะให้เพื่อนๆถ้าทำได้"ให้หยุดคิดสักนิด"ก่อนจะไปสมัครงานกับร้านที่ประกาศรับเภสัชบ๊อยบ่อย!!! เพื่อว่าเราจะได้"ไม่ไปเป็นหนังม้วนเก่าของเภสัชคนก่อนที่กลับมาฉายย้อนวนไปเวียนมาไม่รู้จบสิ้น" เพราะที่แน่ๆผู้มีอำนาจสูงสุดในร้านและวงศ์วานว่านเครือของแก ไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในร้านแน่ แต่คนที่เป็นฝ่ายไปจริงแท้คือเภสัชกร
=>>จะได้งาน "ต้องพึ่งฝีปากคนอื่น" ด้วยเหรอ<<
เรื่องนี้ผมไม่เคยได้ยินเลยในแวดวงการหางานของเภสัช ก็เพิ่งจะได้รู้จากเพื่อนคนนี้นี่แหละ!! โทรไปสอบถามจะสมัครงานกับเจ้าของร้านยาเดี่ยวแห่งหนึ่ง เจ้าของร้านนี้แกอยากจะติดต่อพูดคุยกับคนในที่ทำงานเก่าหรือเจ้านายเก่า เพื่อเอามาประกอบการพิจารณา
= แปลว่าการได้งานต้องไปแขวนอยู่กับฝีปากของคนในที่ทำงานเก่าด้วย ถ้าเขาพูดให้เราได้ดี เราก็จะ"มีผู้มีพระคุณเพิ่มอีก1คน" แต่ถ้าเรากับที่ทำงานเก่าไม่ได้มีไรที่เข้าขากันนัก เราก็จะ"มีเจ้ากรรมนายเวรเพิ่มอีก1คน"
=ฝีมือสิครับ+ประสบการณ์ ความสามารถ วิสัยทัศน์ ความตั้งใจเอาใจใส่ในงานที่รับผิดชอบ นี่สิของจริงของแท้แน่นอน ที่จะนำพาความก้าวหน้า ความรุ่งเรือง มาสู่องค์กร ให้ผู้สมัครได้ลองทำให้ดูโดยไม่คิดค่าจ้างสักอาทิตย์ก็ได้ จะได้พิสูจน์ ว่าดีจริงหรือไม่ ดีกว่าลมปากของคนไม่กี่คน ดูPerformanceชัดเจนทีสุด ถ้ากังวลใจเรื่องความซื่อสัตย์ก็เช็คประวัติอาชญากรรมกับจนท.ตำรวจได้อันนี้ไม่มีปัญหา
= แน่นอนมันเป็นสิทธฺิ์ของเจ้าของธุรกิจ และแน่นอนมันก็เป็นสิทธิ์ของคนที่มีฝีมือ+ประสบการณ์ ความสามารถ วิสัยทัศน์ ที่ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวกที่มีกฏระเบียบอย่างนั้น มีฝีมือ ไม่ต้องกลัวตกงาน ให้พวกนั้นอยู้กับลมปากเน่าๆต่อไป5555555555555++++++
=รวบนศ.เภสัชฯมหาลัยดัง โชว์นกเขาผ่านทวิตเตอร์

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.แม่ริม แถลงข่าวจับกุมตัว นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ชาวจ.นนทบุรี พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 ตัว แจ้งข้อหาเผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจาร ตามความผิดของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์“
เร่องนี้มันเกี่ยวกับ"ความน่าเชื่อถือหรือเครดิตทางสังคม"ของบุคคลในวิชาชีพต่างๆ มันมีผลกระทบกับหน้าที่การงานและรายได้แน่ การมีพฤติกรรมแบบนั้น ทำให้เพื่อนร่วมวิชาชีพคนอื่นลำบากใจถึงแม้จะยังเป็นนักศึกษา แต่คนในสังคมมักจะกล่าวถึงเรื่องเสียหายแบบเหมารวม ง่ายๆเลยถ้าท่านต้องไปซื้อยากับเภสัชที่เคยมีข่าวกระทำอนาจาร ท่านจะเลือกซื้อยากับเภสัชท่านนี้หรือว่าจะไปซื้อยาร้านอื่น แม้แต่เภสัชท่านอื่นก็อาจจะถูกมองหรือเอาไปซุบซิบนินทาเมื่อเราใส่ยูนิฟอร์มแล้วเดินออกมาผ่านกลุ่มคนในที่สาธารณะ ดังนั้นพี่ๆน้องๆทุกท่านโปรดช่วยกันรักษาเกียรติศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพด้วย เพราะในวิชาชีพนี้ไม่ได้มีแต่ท่านหรือกลุ่มของท่านเท่านั้น ดังนั้นจะทำอะไรอย่าคิดแต่เฉพาะพวกกูถูกใจสะใจเป็นพอ คนอื่นยังไงก็ช่าง คิดอย่างนั้นไม่ได้ รวมทั้งเรื่องการรับงานที่ให้รายได้ต่ำกว่ามาตรฐาน โดยมองว่าชั้นมีงานทำมีรายได้ชั้นรอดแล้ว อย่าลืมว่าสิ่งที่ท่านทำมันจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่จะทำให้เพื่อนร่วมวิชาชีพคนอื่นเสียโอกาส เพราะเจ้าของธุรกิจก็จะอ้างเอาท่านเป็นแม่แบบว่า เภสัชคนเก่าเขาก็จ้างเท่านี้ ดังนั้นเพื่อนๆน้องๆจะทำอะไรต้องคิดถึงส่วนรวมให้มากแล้วเราจะได้ดีกันทุกคน


=อีกนิด น้องๆและเพื่อนๆที่จะไปสมัครงานกับร้านแถวเพชรเกษมเลยซอย69ไปทางนครปฐม ร้านนี้ยังมีสาขาแถวสาย2เลยๆไปทางนครปฐม กับอีกร้าน(ที่เคยมีข่าวว่าเป็นของอดีตรมต.สธ. แต่คนในบอกไม่เกี่ยวกัน)สาขาแถวบางบัวทอง ทั้ง2ร้านนี้ลูกจ้างปากร้ายมากเหมือนกินสุนัขเป็นอาหาร อารมณ์เสียตลอด ใครหลงไปติดต่อสมัครงานให้กินยาทัมใจตามไปได้เรย เจ้าของร้านไม่รู้หรือเป็นเหมือนกันก็ไม่ทราบ
=สรุปว่า ใครที่อยากไปทำงานที่สิงคโปร์ก็น่าสนใจมากครับ
สำหรับเพื่อนๆน้องๆอีกหลายคน อย่าลืมว่า เราสามารถเปิดร้านเองได้นะครับ ไม่ต้องกลัวตกงาน หรือไปยอมเป็นเบี้ยล่างจนเกินงาม
=และขอฝากน้องๆและเพื่อนๆมนุษย์เงินเดือนว่า เมื่อท่านลืมตาอ้าปากได้เป็นใหญ่เป็นโตเป็นเจ้าของธุรกิจแล้ว "อย่าเหยียบย่ำทำนาบนหลังรุ่นน้องรุ่นเพื่อนรุ่นพี่ "ช่วยๆกันยกระดับรายได้ ไม่กดขี่เภสัชด้วยกันทั้งทางตรงและทางอ้อมครับ
=สุดท้ายท้ายสุด ร้านที่เจ้าของไม่ใช่เภสัชถ้าเขาเปิดรับF/Tข้อเสนอการทำงานมักจะดีกว่าร้านเภสัชหลายร้าน "และไม่เรื่องเยอะ"เท่าร้านเภสัช ที่สำคัญ เภสัชรุ่นพี่มีประสบการณ์ มีความสามารถ แต่มีเจ้าของร้านรุ่นน้องหลายร้านไม่อยากให้ร่วมงานด้วยไม่รู้ทำไม ผมแนะนำครับหาร้านที่เจ้าของไม่ใช่เภสัช ประสบการณ์ของท่าน ความสามารถของท่านจะทำให้ร้านเภสัชอายุไม่เกิน35-45ปีต้องหนักใจ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

=พวกเนื้อสมองน้อย รอยหยักตื้น มักใช้การกำหนดอายุมาตัดโอกาสทั้งของตนเองและผู้อื่น ที่น่าแปลกใจ แผนกสูติฯ ไม่ห้ามหมอสูติฯผู้ชายเข้าทำงาน(แต่คนไข้เลือกหมอชายหรือหมอหญิงได้) แต่หน่วยงานยาบางแห่งห้ามเภสัชกรชายเข้าทำงาน(ไม่เคยเห็นลูกค้าเลือกจะพบเภสัชชายหรือเภสัชหญิงยกเว้นลูกค้าบางอาจจะขอคุยกับคนขายผู้หญิงบ้างในบางครั้งแต่ถ้าไม่มีคนขายหญิง ลูกค้าก็คุยกับคนขายชายได้)
แนบไฟล์
images (1).jpg
images (1).jpg (14.74 KiB) เปิดดู 10208 ครั้ง
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ค่าตัวเภสัชมาเลฯ อ๊อสซี่ พี่ปินส์ (ตอ

โพสต์โดย เมจิก พี » 29 มิ.ย. 2015, 21:25

15420a71e.jpg
การเรียนเภสัชศาสตร์ (Pharmacy)
บทความโดย Education For Life ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ
การศึกษาในคณะเภสัชศาสตร์ ระดับปริญญาตรี ในประเทศไทยปัจจุบันเป็นหลักสูตร 6 ปี โดยมีการเรียนการสอนแบ่งเป็น 2 ช่วงคือ ช่วงแรกเป็นการเรียนวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิชากฎหมายเกี่ยวกับวิชาชีพ จรรยาบรรณ และกฎหมายยา และวิชาอื่นๆ ส่วนช่วงที่สองเป็นการเรียนทางด้านเภสัชศาสตร์ในแขนงต่างๆ การเรียนได้แบ่งเป็นสองส่วนคือภาคทฤษฎี และภาคฏิบัติ น้องๆจะต้องมีชั่วโมงฝึกงานไม่ต่ำกว่า 2,000 ชั่วโมงขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสถาบันนั้นๆ
สำหรับการศึกษาเภสัชศาสตร์ ในต่างประเทศ นั้นมีระยะเวลาเรียน 4 ปี เมื่อน้องๆเรียนจบแล้วก็มาติดต่อที่สภาเภสัชกรรมเพื่อจะดำเนินการต่อไป เมื่อคณะกรรมการของสภาเภสัชกรรมตรวจสอบแล้ว ก็จะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมว่าหลักสูตรที่น้องๆเรียนมานั้นต้องมีการเรียนอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ ส่วนใหญ่แล้วจะต้องเรียนด้านจริยธรรม และจรรยาบรรณเกี่ยวกับวิชาชีพเพิ่มเติม หรืออาจจะต้องฝึกงานเพิ่มเติมแล้วแต่กรณีแล้วก็มาสอบเพื่อให้ได้ใบประกอบโรคศิลป์ต่อไป
Pharmacy
http://www.eduforlife.net/faq/what-to-s ... armacy.php

Pharmacist Salary (Malaysia)
A Pharmacist earns an average salary of RM 63,361 per year. Most people with this job move on to other positions after 20 years in this career.
MEDIAN: RM 63,361
Personalized Salary Report »
National Salary Data (?)
Salary
RM 35,362 - RM 117,563
Bonus
RM 293.61 - RM 18,383
Total Pay (?)
RM 36,158 - RM 124,850
Country: Malaysia | Currency: MYR | Updated: 13 Jun 2015 | Individuals Reporting: 131
MYR =Malaysian Ringgit rates. currency symbol is RM.

29 Jun 2015 .
1 MYR = 8.9288 THB
คิดเป็นเงินไทย เภสัชมาเลเซียมีรายได้ต่อปีดังนี้
MEDIAN:
RM 63,361x 8.9288 THB=565,737.6968 บาท/ปี หรือ47,144.8080667บาท/เดือน
Salary
ขั้นต่ำRM 35,362x8.9288=315,740.2256บาท/ปีหรือ26,311.6854667บาท/เดือน
ขั้นสูง RM 117,563x 8.9288=1,049,696.5144บาท/ปีหรือ87,474.7095333บาท/เดือน
Total Pay (?)
RM 36,158 x8.9288 =322,847.5504บาท/ปีหรือ26,903.9625333บาท/เดือน
RM 124,850x8.9288=1,114,760.68บาท/ปีหรือ92,896.7233333บาท/เดือน

=สรุปว่า ค่าเฉลี่ยเงินเดือนเภสัชมาเลเซียประมาณ 47Kบาท/เดือน
เงินเดือนขั้นต่ำประมาณ26-27Kบาท/เดือน
เงินเดือนขั้นสูงประมาณ87-93Kบาท/เดือน

=ข้อสังเกต1.คือเงินเดือนของเขาที่ระบุไม่ได้รวมMedical license
จะเห็นว่าเงินเดือนของเขาถ้าดูเผินๆก็มากกว่าของเภสัชไทยนิดหน่อย (แต่เงินเดือนขั้นต่ำของเขามากกว่าของเภสัชไทยเยอะมากเพราะของเราบางคนยังได้ขั้นต่ำไม่ถึง2หมื่นเรย)
2.เภสัชมาเลเซียเรียนแค่4ปีก็ได้เงินเดือนมากกว่าเภสัชไทยที่เรียน6ปี ดังนั้นถ้าเภสัชมาเลเซียเรียน6ปี จะได้เงินเดือนขั้นต่ำโดยประมาณน่าจะเป็น39-40.5Kและขั้นสูงน่าจะเป็น130.5-139.5K ทีนี้ต่างกันมักมากอย่างชัดเจน(ต่างกันประมาณ33-85% ของไทยขั้นต่ำต้องรวมใบประกอบฯด้วยก็แค่28-30Kเท่านั้นและต้องเรียนถึง6ปี+ฝึกงานเป็นพันๆชั่วโมง) บางคนอาจจะแย้งว่าเศรษฐกิจของมาเลเซียดีกว่า ของไทย ก็จริงอยู่ แต่มันดีกว่ากันไม่มากนักหรือพอๆกันด้วยซ้ำ และค่าครองชีพอื่นๆมันก็ไม่ต่างจากไทยทั้งค่าที่พัก ค่าอาหาร ก็พอๆกัน ค่าน้ำมันเขาถูกกว่าแน่ แต่ถ้าเป็นสิงคโปร์หรือบรูไนอันนี้เขาดีกว่าเราชัดเจน ******มีรูปแสดงค่าครองชีพของประเทศต่างๆ*****
เภสัชไทยถูกเอาเปรียบในเรื่องค่าแรงมานานแล้ว และยังถูก"กดค่าตัว"ต่อไปดังที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ต้องโทษพวกเราเองด้วยที่ไม่มีปัญญาในการที่จะรวมตัวกันเพื่อมีอำนาจในกำหนดค่าแรงของพวกเรากันเอง เภสัชไทยหลายๆคนก็กลัวที่จะตกงาน จนลืมมองว่าตัวเองก็หายใจด้วยจมูกตัวเองได้ เภสัชไทยอีกหลายหมื่นคนก็ไม่เคยมาดูกระทู้นี้(เพราะไม่รู้ว่ามีกระทู้แบบนี้บนโลกมนุษย์ด้วย ใน1หัวข้อของกระทู้ที่เปลี่ยนใหม่ในแต่ละครั้งมีคนเข้ามาดูไม่เกิน2พันคนซึ่งก็ไม่ใช่เภสัชทั้ง2พันคน)ว่าค่าตัวเภสัชที่ควรจะเป็นนั้นเป็นเท่าไร อิงไปตามกระแสกลุ่มของตัวเอง ดังนั้นพวกเรากันเองก็อ่อนแอในเรื่องของข้อมูลค่าตัวและพลังอำนาจในการกำหนดค่าตัวของตัวเอง แล้วจะหวังให้SUPER HEROES คนไหนมาช่วยครับเพื่อนพ้องน้องพี่สีเขียวมะกอกเอ๋ย!!!
3.บางบริษัทยาของมาเลเซียที่เข้ามาตั้งร้านยาสาขาในไทยจึงสบายใจมากในเรื่องค่าตัวของเภสัชไทย เพราะจ่ายค่าตัวเภสัชรวมใบประกอบด้วยแค่35-38Kบาท เท่านั้น(น้อยกว่าค่าตัวเภสัชมาเลเซียมักมากแถมยังได้เภสัชคุณภาพเพราะเรียนถึง6ปี+ฝึกงานเป็นพันชั่วโมง ของถูกๆและดีๆแบบนี่มีที่เดียวบนโลกก็คือที่ประเทศไทยนี่แหละ)ต้องทำงาน6วัน/สัปดาห์ และถ้าเภสัชหยุดวันไหน เภสัชคนนั้นต้องหาเภสัชคนอื่นมาทำงานแทนในวันที่ตัวเองหยุดและต้องจ่ายค่าจ้างเภสัชP/Tเอง เพราะบริษัทได้จ่ายเงินเดือนให้คุณแล้ว คุณต้องรับผิดชอบรายจ่ายอื่นๆเองโดยที่ไม่ทำให้งานของบริษัทเสียหาย โอ้โฮ!!! ระหว่างทำงานก็จะมีกล้องวงจรปิดคอยสอดส่องตรวจตราความเคลื่อนไหวต่างๆและดูการทำงานของพนักงานทุกคนในร้าน แล้วส่งภาพกลับไปที่บริษัทแม่ในมาเลเซีย เรียกว่าแกละเอียดทุกเม็ดคุ้มยิ่งกว่าคุ้มค่าเงินริงกิตมาเลเซียจริงๆ555555555555555555555555555555555555555

Pharmacist Salary (Australia)
A Pharmacist earns an average wage of AU$31.83 per hour. Most people with this job move on to other positions after 20 years in this career. For the first five to ten years in this position, wages increase modestly, but any additional experience does not have a big effect on pay.
MEDIAN: AU$31.00
Show Annual Salary
Hourly Rate
AU$24.34 - AU$39.98
Overtime
AU$9.93 - AU$60.71
Bonus
AU$0.00 - AU$4,997
Total Pay (?)
AU$47,475 - AU$85,305
Country: United States | Currency: AUD | Updated: 13 Jun 2015 | Individuals Reporting: 654

29 Jun 2015 .
AUD - Australian Dollar 1 AUD = 25.8957 THB
Hourly Rate:
คิดเป็นเงินไทย เภสัชออสเตรเลียมีรายได้ตั้งแต่ ชั่วโมงละAU$24.34x 25.8957=630.301338บาท
ถึงชั่วโมงละAU$39.98x25.8957=1,035.310086บาท
MEDIAN:
ชั่วโมงละ AU$31.00x25.8957=802.7667บาท
Annual Salary :
AU$47,475x25.8957=1,229,398.3575บาท
ถึงAU$85,305x25.8957=2,209,032.6885บาท

สรุปอันนี้ก็เป็นไปตามคาด
ค่าจ้างเภสัชทำงานของชาวออสซี่ ประมาณ630-1,000บาท/ชั่วโมง
ของไทยก็เด็กๆมาก120-300บาท/ชั่วโมง

ถ้ามองแบบไม่คิดไรก็ต้องบอกว่า มันก็ไม่แปลกที่เภสัชอ๊อสซี่ต้องมีค่าจ้างมากกว่าเภสัชไทยอยู่แล้ว แต่!!!ถ้าเรามาดูค่าครองชีพของประเทศออสเตรเลียอยู่ที่99 ของไทยอยู่ที่40-50 ค่าครองชีพของเขาสูงเป็น2เท่าของเราแปลว่าค่าใช้จ่ายในบ้านเขาแพงกว่าเรา รายได้ต่อชั่วโมงของเขาก็น่าจะสูงเป็น2เท่าของเราโดยประมาณ แต่มันหาเป็นเช่นนั้นไม่ ของเขารายได้ต่อชั่วโมงขั้นต่ำอยู่ที่630บาทของเราอยู่ที่120บาท ของเขาเป็น5.25เท่าของเรา ขั้นสูงของเขาอยู่ที่1000บาทต่อชั่วโมงของเราอยู่ที่250-300บาทต่อชั่วโมง รายได้ขั้นสูงของเขาจึงเป็น3-4เท่าของเรา เห็นหรือยังว่าแม้ค่าครองชีพของเขาจะแพงกว่าเรา2เท่า แต่รายได้ของเขาแพงกว่าเรามาก 3-5เท่า อย่างนี้รายได้ของเราที่เป็นอยู่ในเวลานี้มันOKแล้วใช่ไหมพี่น้อง??? ถ้าจะให้สอดคล้องกัน ในเมื่อค่าครองชีพของเขาเป็น2เท่าของเรา รายได้ของเขาก็ควรเป็น2เท่าของเรา นั่นคือรายได้เราขั้นต่ำคือ300บาทต่อชั่วโมง ขั้นสูงของเราคือ 500บาทต่อชั่วโมงจึงจะสอดคล้องกัน อย่างนี้ไหวไหมพี่น้อง บางคนอาจจะถามว่า แล้วต้องทำอย่างไรให้ได้ค่าจ้างในฝันเท่านี้ ยังต้องให้บอกอีกกี่ครั้งว่าต้องทำอย่างไร เพราะเคยบอกไปหลายครั้ง แต่จะลองคิดกันเองดูบ้างก็ได้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะทำให้รายได้ในฝันเป็นจริง
ยังมีบางที่จ้าง100บาท/ชั่วโมง เจ้าของร้าน แกก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นใครจะจ้างเท่าไรกรูไม่สน แต่ของกรูP/T100บาท/ชั่วโมง แกก็ประกาศหาเภสัชของแกไปเรื่อยๆ คอยupdate กระทู้บ่อยๆ จนกว่าจะมีเภสัช(ฉลาดโคตรน้อยเรย) มาติดกับดักของแก F/T แกให้ทำ10-11ชั่วโมง/วัน แกก็รอว่าสักวันหนึ่งคงจะไม่นาน อาจจะมีเภสัชตกข่าวไม่เคยรู้จักกระทู้นี้หรือรู้จักแต่ไม่สนใจ(เพราะโคตรเกียจเจ้าของกระทู้)และไม่สนใจฟ้าดินหรือ ฝนแล้ง ตลื่งพัง มา สมัครงานกับแก ก็เป็นด้าย
ส่วนพวกเภสัชที่ยังหากินกับP/T 100-110บาท /ชั่วโมง เท่าค่าP/Tของพยาบาลก็น่าเสียดายนะที่อุตส่าเรียนมาถึง6ปี พยาบาลเรียน4ปีเองนะ รู้ยังตัวเอง!!!!![/b]

Pharmacist Salary (Philippines)
A Pharmacist earns an average salary of PHP 178,645 per year. People in this job generally don't have more than 20 years' experience.
MEDIAN: PHP 178,645
National Salary Data (?)
Salary
PHP 108,698 - PHP 295,568
Bonus
PHP 0.00 - PHP 87,262
Total Pay (?)
PHP 114,183 - PHP 302,421
Country: Philippines | Currency: PHP | Updated: 13 Jun 2015 | Individuals Reporting: 140

PHP=เงินเปโซของฟิลิปปินส์ 29 Jun 2015 .
1 PHP = 0.7480 THB THB
คิดเป็นเงินไทย เภสัชฟิลิปปินส์ มีรายได้ต่อปี ดังนี้
MEDIAN:
PHP =178,645x0.7480=133,626.46บาท/ปีหรือ11,135.5383333บาท/เดือน
Salary
PHP 108,698 X0.7480=81,306.104บาท/ปีหรือ6,775.50866667บาท/เดือน
PHP 295,568X 0.7480=221,084.864บาท/ปีหรือ18,423.7386667บาท/เดือน
Total Pay (?)
PHP 114,183 X0.7480=85,408.884บาท/ปีหรือ7,117.407บาท/เดือน
PHP 302,421X0.7480=226,210.908บาท/ปีหรือ18,850.909บาท/เดือน

สรุปว่าเงินเดือนของเภสัชฟิลิปปินส์ประมาณ6,7K-18.4,18.8Kบาท/เดือน
ขอฝากปิดท้าย ขัดใจใครหลายๆคน ว่า น้องๆเพื่อนๆพี่เภสัชมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่ไม่ชอบมีกิจการของตัวเอง หรือเบื่อที่จะทำกิจการของตัวเองแล้ว ขอให้ท่าน หยุดอายุ ไว้ไม่ให้เกิน35 -40ปี ย้ำอีกครั้งดังๆว่า ขอให้ท่าน หยุดอายุ ไว้ไม่ให้เกิน35 -40ปี แล้วทีนี้ท่านจะไปสมัครงาน หรือจะเปลี่ยนงานแล้วไปสมัครงานที่ไหนเขารับหมด ท่านไม่ต้องเก่งกาจหรือมีประสบการณ์รอบรู้อะไรมากมายหรอก มันไม่มีประโยชน์ เพราะถึงแม้ท่านจะรอบรู้ ชำนาญ เก่งกาจสารพัด พอเขาทราบว่าท่านอายุเช่น 45-60ปี เขาก็ทำทีเป็นรับใบสมัครของท่านไว้ แล้วบอกว่าจะติดต่อกลับภายหลัง จากนั้นเขาก็จะหายเงียบเข้ากลีบเมฆไปเลยตามประสาของพวกอีแอบและไอ้แอบทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นห้างดัง เฟรนไชน์ดัง เชนสโตร์ดัง โรงพยาบาลดังๆของทั้งรัฐและเอกชนทำแบบเดียวกันหมด จึงขอย้ำอีกครั้งว่าขอให้ท่าน หยุดอายุ ไว้ไม่ให้เกิน35 -40ปี ไม่ได้กวนใดๆทั้งสิ้น แต่ความจริงมันเป็นอย่างนี้ จะให้เอ่ยชื่อพวกหน่วยงานพวกนี้ไหมล่ะทั้งของราษฎร์และของหลวง มันเป็นสิทธิ์ของพวกเขา ก็ถ้าพวกเรารวมตัวกันไม่ไปสมัครงานกับพวกหน่วยงานแบบนี้ มันก็จะเลิกกฏระเบียบที่ริดรอนความเป็นธรรมชาติหรือสัจธรรมของมนุษย์ไปเอง รวมทั้งเรื่องเพศด้วย ใครห้ามอายุไม่ให้เพิ่มได้บ้าง ใครเลือกได้ว่าชั้นจะเกิดเป็นหญิงหรือชายในชาตินี้ได้บ้าง ก็ในเมื่อกฎระเบียบที่ริดรอนหรือเหยียดความเป็นธรรมชาติของคนยังคงอยู่ โดยที่พวกเราก็ไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาว ก็จงหยุดอายุ ไว้ไม่ให้เกิน35 -40ปี และเกิดให้ถูกเพศกับที่เจ้าของธุรกิจต้องการ ขอให้ทุกท่านรวยกันทุกๆคนในชาตินี้
แนบไฟล์
154200f44.jpg
154206a37.jpg
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ค่าตัวเภสัชมาเลฯ อ๊อสซี่ พี่ปินส์ (ตอ

โพสต์โดย เมจิก พี » 05 ก.ค. 2015, 18:40

มาดูกันชัดๆอีกที
เปรียบเทียบค่าตัวเภสัชไทย-มาเลเซีย


ทำไมต้องเปรียบกับมาเลเซีย เพราะเศรษฐกิจพอๆกัน มาดูค่าครองชีพของทั้ง2ประเทศก่อนว่าเป็นอย่างไร จะได้ไม่เกิดความคลางแคลงใจว่า ถ้าค่าครองชีพต่างกันหรือคล้ายกันแล้วจะเทียบกันได้อย่างไร ตามภาพบนที่ได้แสดงไปในตอนที่แล้ว จะเห็นว่า ประเทศไทยและมาเลเซีย อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ที่มีค่าครองชีพคิดเป็น คะแนนคือ40-50 ดังนั้นเรื่องค่าครองชีพจึงไม่ใช่เงื่อนไขที่จะมาแย้งกันว่าเพราะเขามีค่าครองชีพที่สูงกว่ารายได้เขาก็ต้องมากกว่า อันนี้จะไม่มีเรื่องค่าครองชีพมาเกี่ยวข้องเพราะอยู่ในกลุ่มเดียวกัน แต่!!!!!!!

เภสัชที่มาเลเซียเรียนแค่4ปีเท่านั้น!!!

มาดูรายได้เภสัชไทยกันบ้าง

P/T ทั่วไป ชั่วโมงละ 120-130-150-170-180-200-220 บาท

โรงพยาบาลชั่วโมงละ 120-130-150-160-200-250 บาท
F/T(ไม่รวมใบฯ) เดือนละ 23,000-50,000+ ระดับBig 60K Up
ค่าใบประกอบฯ กทม.และปริมลฑล เดือนละ 10,000 บาท
แหล่งท่องเที่ยว เดือนละ10K-12K-15K
ต่างจังหวัดทั่วไป เดือนละ 7-8,000 และ9-10,000 บาท
หมายเหตุ ยังมีอีกหลายแห่งให้ค่าตัวเภสัชไทยน้อยกว่าที่เอามาแสดง


เห็นกันแล้วนะว่าไผเป็นไผ ของมาเลเซียค่าตัวเภสัชแพงกว่าไทยมาก (ถ้าคิดว่าเขาเรียน6ปีเท่าเภสัชไทย) แต่ความจริงถึงแม้เขาจะเรียนแค่4ปีค่าตัวเขาก็ยังมากกว่าค่าตัวเภสัชไทยเรย แต่ค่าตัวเภสัชไทยที่น้อยกว่ามาเลเซียนี้(โดยที่มีค่าครองชีพพอๆกัน)เจ้าของร้านยาเกือบร้อยละร้อยก็ยังบอกว่าค่าตัวเภสัชไทยแพง ไม่มีปัญญาจ้าง!!!!!! ปัญญาจ้างมีแน่ แต่ไม่อยากแบ่งกำไรให้คนนอกครอบครัวก็เท่านั้นแหละ อยากได้แต่ของดีราคาถูก(รู้ยังไงว่าดี ก็เภสัชไทยเรียนตั้ง6ปีฝึกงานอีกประมาณ2พันชั่วโมง ประเทศอื่นไม่มีแบบนี้)

อ่านแล้วคิดไรกันได้บ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่เชื่อว่ายังไงก็ไม่เพิ่มรายได้ให้คนนอกครอบครัว แล้วก็คิดเหมือนเดิมต่อไปอีกล้านปีว่า เภสัชไทยค่าจ้างแพงจ้างไม่ไหวใช่ไหม???

เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช ให้เปิดร้านเองเชียร์จัง ตังเอาที่ไหน

โพสต์โดย เมจิก พี » 14 ก.ค. 2015, 18:28

ให้เปิดร้านเองเชียร์จัง ตังเอาที่ไหน
ใช่! จะบอกเสมอว่า" พวกเรามีจมูกหายใจเองได้" ไม่ต้องกลัวตกงาน จะไปยอมรับค่าตัวต่ำกว่ามาตรฐานทำไมเพียงเพื่อให้ได้งาน หรือบางคนยอมเดินทางข้ามจังหวัดไปไกลๆ ห่างๆครอบครัว เพื่อทำงานในอัตราจ้างที่แพงทำมาได้ระยะหนึ่งแต่ตอนนี้เริ่มล้าและอยากทำงานใกล้บ้านหรือที่บ้าน แต่ก็ยังเสียดายรายได้ จะเปิดร้านเองเงินทุนมีไม่พอ หรือพอมีแต่อยากจะเก็บสำรองไว้ก่อนกลัวว่าถ้าลงไปหมดจะขาดสภาพคล่อง หรือบางคนมีความกดดันสารพัดเรื่องในที่ทำงาน
แนะนำให้เปิดร้านเอง เรามีใบประกอบฯ มีความรู้ มีประสบการณ์ อย่าไปกลัวเรื่องการแข่งขัน หัวใจของเรื่องนี้อยู่ที่
....งานบริการ การเข้าถึงใจผู้ป่วยที่มารับบริการจากร้านเรา จะเข้าถึงยังไง
จัดยาดี ให้คำแนะนำปรึกษาดี ราคาปานกลาง สินค้ามีคุณภาพ ไม่รำคาญลูกค้า พูดจาสุภาพ อ่อนน้อมตลอดเวลา ใจเย็นและจริงใจกับลูกค้าเสมือนหนึ่งเขาเป็นคนในครอบครัวของเรา ฯลฯ
ผมมักจะเชียร์ให้เปิดร้านเอง แต่พูดแค่นี้มันไม่พอ ก็เลยคิดว่า มันต้องมีแรงขับเคลื่อนให้มากกว่านี้ นั่นคือแหล่งเงินทุน ได้เคยพูดคุยกับผู้ให้บริการ ก็น่าสนใจ
เพื่อนๆพี่ๆน้องๆลองเข้าไปติดต่อสอบถามพูดคุย กันได้ รวมทั้งผู้ที่เปิดร้านอยู่แล้ว
ต้องการขยายกิจการก็ไปติดต่อสอบถามพูดคุยกันได้เรย

คุณพัชญ์สิตา(กิ๊บ) ...
(ชื่อคนสมัยนี้อ่านยาก สะกดยาก จำยาก ความหมายคงดี เอาตัวอักษรแปลงเป็นเลขแล้วบวกกันคงได้เลขมงคล!!!)
ฝ่ายธุรการขายลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
095-1505629และ089-8289828

งานนี้การกุศล ที่ต้องหาแหล่งเงินทุนมาแนะนำให้ คือไม่ต้องการให้คำพูดที่ว่า"เราเปิดร้านเองได้"เป็นแค่คำพูดลอยๆสวยๆไปวันๆ แต่ถ้าอยากทำก็มีแหล่งเงินทุนให้ที่เขาพร้อมสนับสนุน รวมทั้งผู้ที่ต้องการขยายกิจการก็ติดต่อไปได้ และถ้าติดต่อไปแล้ว ผลตอบลัพธ์ส่วนมากไม่ดีก็จะได้ลบออก ช่วยบอกมาด้วยก็แล้วกัน
ส่วนแหล่งเงินทุนอื่นๆที่ถูกกฎหมาย และสนับสนุนให้เภสัชเปิดร้านหรือขยายกิจการ โดยมีเงื่อนไขไม่เยอะเรื่อง ก็มาโพสบอกได้
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช สปสช.จ้างพยาบาลเดือนตั้ง5หมื่น!!! แต่

โพสต์โดย เมจิก พี » 21 ก.ค. 2015, 06:25

สปสช.จ้างพยาบาลเดือนตั้ง5หมื่น!!! แต่เภสัช...

ก่อนเข้าเนื้อหาที่ต้องการนำเสนอ มาดูเงินเดือนของพยาบาลกันอีกที
พยาบาลวิชาชีพ
1. พยาบาลทั่วไป อันนี้พบโดยทั่วไปเลยจริงๆ รายได้รวมค่าโน่นนี่นั่น(ไม่รวมค่าเวร) อยุ่ที่ประมาณ 15,000 - 20,000 บาท/เดือน
แต่อย่างที่ได้ยินมาว่ารายได้ของพยาบาลครึ่งนึงมาจากการอยู่เวร ซึ่งพยาบาลคนนึงนั้น
จะต้องอยู่เวรถึง 15-20เวร หรือ อาจมากกว่านี้ โดยค่าเวร เรท รพ. รัฐอยู่ที่
400 - 800 บาทแล้วแต่ รพ คิดตรงกลางที่ 600 เอาไปคูณกับ15-20เวร ตัวเลขอยู่ที่ 9,000-12,000บาท
ถ้ารวมค่าเวรด้วย เงินเดือนสุทธิก็จะอยู่ที่24,000-32,000บาท
ซึ่งถ้าอยู่เอกชนรวมค่าเวรจะอยู่ที่ 30,000บาท ปลาย ๆ
(ป.ล. เงินนี้คือทางทฤษฎีนะครับ ในทางปฏิบัติ การอยู่เวรเดือนละ 15-20เวรหรือกว่านั้น
มันจะเหนื่อยมาก เสมือนการทำงานวันละ 16 ชั่วโมง (ในเวลาราชการ 8 + เวร8
เป็นเวลา 20 วัน ต้องทำงานหนักมาก)

2. หัวหน้าพยาบาล เงินเดือนก็จะอยู่ประมาณ 20,000บาท ขึ้นไป
ที่นี้มาดูเขาจ้างพยาบาลเดือนละ5หมื่นยังไง
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติรับสมัครพนักงานจำนวน 5 อัตรา ปฏิบัติงานที่ กรุงเทพ ขอนแก่น อุดร เชียงใหม่ เปิดรับสมัครทาง Internet ตั้งแต่วันที่ 13 - 26 ก.ค. 2558 ตำแหน่งที่เปิดรับสมัคร
1 หัวหน้างาน (งานบริหารกองทุน) เขต 8 อุดรธานี ช่วงอายุ : 30 ปีขึ้นไป ช่วงเงินเดิอน : 25,000.00 - 35,000.00 บาท ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า สาขา พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเงินการคลัง หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขหรือสุขภาพหรืองานที่ปฏิบัติ
2 หัวหน้างาน (งานตรวจสอบและจ่ายชดเชย NCH) ช่วงอายุ : 30 ปีขึ้นไป ช่วงเงินเดิอน : 25,000.00 - 50,000.00 บาท
ปริญญาตรีหรือปริญญาโท พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์คอมพิวเตอร์ศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขหรือสุขภาพหรือสาขาที่เป็นประโยชนต์ ต่องานที่่ปฏิบัติ
3 หัวหน้างาน (งานนโยบายและยุทธศาสตร์) สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ ช่วงอายุ : 30 ปีขึ้นไป ช่วงเงินเดิอน : 25,000.00 - 50,000.00 บาท
ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป สาขา พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์เศรษฐศาสตร์ การเงินการคลัง หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขหรือสุขภาพหรืองานที่ปฏิบัติ
4 เจ้าหน้าที่อาวุโส (งานคุ้มครองสิทธิและการมีส่วนร่วม) สปสช.เขต 7 ขอนแก่น ช่วงอายุ : 25 ปีขึ้นไป ช่วงเงินเดิอน : 15,000.00 - 30,000.00 บาท ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป สาขา พยาบาลศาสตร ์ สาธารณสุขศาสตร์หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขหรือสุขภาพหรืองานที่ปฏิบัติ
5 เจ้าหน้าที่ (งานสนับสนุนระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค) สปสช.เขต 13 กรุงเทพมหานคร
ช่วงอายุ : 25 ปีขึ้นไป
ช่วงเงินเดิอน : 15,000.00 - 22,000.00 บาท
ปริญญาตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป สาขาพยาบาลศาสตร์หรือสาธารณสุขศาสตร์
วิธีสมัคร สมัครทาง Website http://ihr.nhso.go.th/FrontEnd/index.aspx https://www.facebook.com/Job108com.

ใครมีคนรู้จักที่มีวิชาชีพตามที่เขาต้องการก็รีบติดต่อด่วนเรย(กระทู้โพสวันที่21/7/58 ถ้าได้มาอ่านในระยะ2-3วันนี้ แล้วสนใจยังติดต่อทัน!)
เงินเดือน50,000บาทนี่ พยาบาลระดับอาวุโสอายุ 40-50 ปีหรือไม่ก็ต้องรับเวรหนักมากๆ ในโรงพยาบาลเอกชน ถ้าของรัฐจะได้น้อยกว่านี้(แต่สปสช.เจ๋งว่ะ!!!) อย่างที่บอกไว้ในตอนแรกว่า เงินเดือนหัวหน้าพยาบาลก็จะอยู่ที่2หมื่นขึ้น(และพวกหัวหน้าพยาบาลมักจะทำงานตามเวลาปรกติไม่ค่อยทำOT.)
ส่วนชาวเภสัชทั้งหลายก็น่าจะลองติดต่อดู เพราะเขาเขียนต่อท้ายว่า"หรือสาขาที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุขหรือสุขภาพ"เผื่อจะได้กะเขาบ้าง(ถ้าเขารับนะ) จะได้ไม่น้อยหน้าพยาบาลที่เรียน4ปีมีโอกาสรับเงินเดือนตั้ง5หมื่น!!! หรือพวกเรายังชื่นชอบเงินเดือนรวมใบ2หมื่นปลาย-3หมื่นฝ่าๆกับการเรียน6ปีก็แล้วแต่นะ เอาที่สบายใจแล้วกัน
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

Re: update ค่าตัวเภสัช "รายได้ต่อชั่วโมง เท่านี้ จริงดี้"

โพสต์โดย เมจิก พี » 05 ส.ค. 2016, 01:16

community_pharmacists.jpg
aHR0cDovL3AxLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvNDUvMjI5ODE3L21vbjcxMTEuanBn.jpg
1205204273.jpg
รายได้ต่อชั่วโมงเรตนี้เห็นในประกาศบ่อยขึ้นตั้งแต่ปี58จนถึงปัจจุบัน จากผู้ประกาศจ้างเภสัชที่เป็นคนละคนและต่างสถานที่กัน และไม่มีUpdateซ้ำ แต่ละเจ้าลงครั้งเดียวจบเลย เข้าใจว่าได้เภสัชทำงานแล้ว ถ้ายังไม่ได้ เขาต้องUpdateซ้ำแน่ แต่นี่ไม่ ประกาศทีเดียวหายไปเลย จบได้คนแล้ว ตัวเลขรายได้ต่อชั่วโมงที่ว่านั้นก็คือ หาเภสัชทำงาน P/Tร้านขายยา 150บาท/ชั่วโมง

อีกเรตที่เห็นบ่อยๆในระยะเวลาเดียวกันคือ P/Tร้านขายยา 130บาท/ชั่วโมง ที่ว่าบ่อย เพราะเจ้าของร้านยาหลายร้านที่ให้เรตนี้โพสซ้ำ อาจเป็นเพราะยังหาเภสัชไม่ได้ หรือเภสัชคนที่เคยทำP/Tเดิมออกไปหารายได้ที่ดีกว่า
ส่วนเรต145บาท/ต่อชั่วโมง อันนี้ก็มีเข้ามาแต่มักเป็นงานP/Tร้านยาในห้าง นี่ก็ลงประกาศ1-2ครั้งก็ไม่ต้องUpdateอีก
แต่เรตเดิมที่120บาท/ชั่วโมง พบน้อยลงไปมาก ต่ำกว่านี้ก็ยังมี แต่ก็พบน้อยมากเช่นกัน

สรุปว่า ณ เวลานี้ เรตP/Tขั้นต่ำร้านขายยา อยู่ที่130-150บาท/ชั่วโมง เรตยอดนิยมคือ150บาท/ชั่วโมงประกาศแล้วได้เภสัชมาร่วมงานรวดเร็ว(ยกเว้นกรณีที่รับP/Tมาทำงานในบางช่วงเวลาเช่น ให้มาทำวันที่ 1,3,6,9...หรือเฉพาะวันที่1-15 หรือกรณีร้านอยู่ในพื้นที่ ทีไม่สะดวกกับเภสัชที่จะมาร่วมงาน หรือกรณีร้านอาจจะมีประวัติสีเทาๆ อย่างนี้อาจจะหาเภสัชได้ช้าหรือไม่ได้ แนะนำว่าให้ลองเพิ่มค่าP/Tเป็น180-200++บาท/ชั่วโมงเพื่อเพิ่มแรงจูงใจ เพราะงานแบบนี้เป็นงานจร เภสัชที่จะมาทำส่วนมากมีงานประจำอยู่แล้ว ถ้าจะต้อง"ชิ่งมา"แต่ผลตอบแทนเท่ากันหรือมากกว่าที่เขาได้อยู่แล้วแค่นิดหน่อย เขาจะมาไหม คงคิดเองได้ แต่ถ้าเจ้าของร้านหรือบริษัทคิดว่าไม่คุ้ม หรือมีเหตุผลอย่างอื่น ก็ตามที่เห็นสมควรแล้วกัน)
เรต130บาท/ชั่วโมง ก็เป็นเรตขั้นต่ำยอดนิยม แต่จะได้คนช้าหน่อยและขึ้นมาจากเดิมแค่10บาท(เดิม120บาท/ชั่วโมง) แสดงว่าในระยะเวลาตั้งแต่ก่อนปี2012-2016ประมาณ5-10ปีที่ผ่านมา รายได้ต่อชั่วโมงของเภสัชขึ้นมาเฉลี่ยแค่ปีละ1-2บาทเท่านั้น นับว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับราคายาที่ปรับราคาขึ้นในแต่ละปี
เรตที่ยังมีเภสัชได้รับอยู่ ที่สูงขึ้นมาอีกแต่ไม่ใช่สูงที่สุด
คือP/Tร้านยาที่160-170บาทชั่วโมง พบในประกาศของเจ้าของร้านยากับบริษัทยาแต่ไม่เห็นบ่อย เรตที่สูงอีกเรตที่ได้คือ180-200บาท/ชั่วโมง มีเภสัชกรบางกลุ่มที่ได้ค่าจ้างP/Tร้านยาที่170-200บาท/ชั่วโมง เภสัชกลุ่มที่ได้เล่าว่า เป็นการพูดคุยเจรจาต่อรองกับเจ้าของร้าน เภสัชกลุ่มนี้ แต่ละคนอยู่กับงานร้านยามากกว่า10-15-20ปี เรื่องประสบการณ์มากมายยืดยาว แต่ที่สำคัญกลุ่มนี้เขาทบทวนความรู้เป็นประจำ และหาความรู้ใหม่ๆตลอดเวลา เรียกว่าเพิ่มศักยภาพและความสามารถของตัวเองให้สมกับค่าตัว ที่น่าสนใจอีกอย่างคือเภสัชบางคนเขาทำF/T ที่ร้านนั้นอยู่แล้ว เจ้าของร้านเขาก็เห็นฝีมือกันอยู่ เมื่อเจ้าของร้านให้ทำOTเพิ่ม การบอกค่าตัวต่อชั่วโมงในเรตที่สูงจึงป็นเรื่องที่ธรรมดามากๆ
เรตสูงสุดในปัจจุบันอยู่ที่ 300บาท/ชั่วโมงเป็นร้านยาแถวหาดใหญ่ได้ประกาศหาเภสัชP/Tไว้เมื่อมกรา59ที่ผ่านมา
ฟากเภสัชกรโรงพยาบาล รายได้ต่อชั่วโมงต่ำสุดอยู่ที่ 125- 150-180-200บาทเจ้าของตัวเลขนี้เป็นของโรงพยาบาลเอกชน ตรงข้ามกับค่ารักษาที่แพงแต่จ่ายค่าแรงต่ำกว่าของรพ.รัฐที่ให้150-200-250-300บาท/ชั่วโมง คลีนิคสปสช.ก็ให้200บาท/ชั่วโมงในหลายๆที่
เภสัชสายงานอื่น ไม่มีข้อมูลด้านค่าOTหรือP/Tเลย แต่เรตที่บอกไว้ข้างต้นนำมาปรับใช้ได้ เพราะเป็นราคาตลาดทั่วๆไป
เงินเดือนเภสัชกร 2016(ข้อมูลจากhttps://mktpharma.wordpress.com)
สำหรับโรงพยาบาลเอกชน สำนักงาน ก.พ. และสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้มีการสำรวจค่าตอบแทนภาคเอกชน เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการเปรียบเทียบโครงสร้างและอัตราค่าตอบแทนระหว่างเอกชนและภาคราชการ โดยพบว่าในส่วนของค่าตอบแทนแพทย์ ตำแหน่งแพทย์เฉพาะทางได้รับค่าตอบแทนเฉลี่ยสูงสุด เดือนละ 169,483 บาท รองลงมาคือทันตแพทย์และแพทย์ทั่วไป ได้รับ 120,809 บาท 108,350 บาทตามลำดับ เภสัชกรจะได้เงินเดือน 32,511 บาทต่อเดือน และกลุ่มพนักงานใหม่แรกบรรจุที่เป็นเภสัชกรจะได้ 20,003 บาท
.
สำหรับโรงพยาบาลภาครัฐ ข้อมูลเงินเดือนและค่าตอบแทนรวมของเภสัชกรที่เข้าทำงานใหม่ในโรงพยาบาลรัฐบาลซึ่งคิดเป็นค่าตอบแทนรวม ประมาณ 29,000 – 45,000 บาท(ข้อมูลส่วนนี้มาจากhttps://mktpharma.wordpress.com)

ขอเพิ่มเติมเพราะข้อมูลข้างต้นไม่มี คือเงินเดือนของเภสัชกรโรงงานในปี2016 เฉพาะเงินเดือนอย่างเดียวอยู่ที่ประมาณ 25,000-80,000บาท

ดีเทลยาเฉพาะเงินเดือนอย่างเดียว อยู่ที่ 9,000-30,000บาท ถ้ารวมโน่นนี่นั่น จะอยู่ที่ประมาณ40,000-100,000+บาท/เดือน

มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ถ้าจะนำเงินเดือน(เงินเดือนอย่างเดียวที่ไม่รวมค่าโน่นนี่นั่น) มาคิดเป็นรายได้ต่อชั่วโมง โดยใช้เงินเดือนต่ำสุดที่เภสัชกรควรได้(เงินเดือนอย่างเดียวไม่รวมค่าโน่นนี่นั่น)คือประมาณ23,000บาท(ต้วเลขที่เคยบอกไว้ 20 มี.ค. 2013, 12:15)โดยมีเงื่อนไขเรื่องเวลาทำงานดังนี้

หนึ่งปีมี 365 วัน แต่ในปีนี้มี 366 วัน แต่จะคิดที่365วัน

วันเสาร์-อาทิตย์ 104 วัน (1ปีมี52สัปดาห์)

วันสำคัญและวันหยุดประจำปี 19 วัน

แต่... เรายังมีวันลาป่วยได้ตามกฏหมายคุ้มครองแรงงานอีก 30 วัน

วันลากิจ และวันลาพักร้อน ประมาณ10-15วันเฉลี่ยที่13วัน

:ตัวอย่างการคำนวณนี้ จะกำหนดสถานการณ์ว่า ให้ทำงานเต็มที่ หยุดแค่สัปดาห์ละ2วัน

จำนวนวันทำงาน=365-104=261วัน

1วันทำงาน8ชั่วโมงไม่รวมพัก=261x8=2088ชั่วโมง/ปี

รายได้ต่อปี=23,000x12=276,000บาท/ปี


รายได้ต่อชั่วโมง=276,000บาท/2088=132.18บาท/ชั่วโมง(นี่คิดเฉพาะเงินเดือนอย่างเดียว แต่ถ้าเอาค่าโน่นนี่นั่นมารวมด้วย รายได้ต่อชั่วโมง ต้องมากกว่านี้อีกหลายสิบบาท)

นี่เรียกว่าทำงานกันสุดเหยียดเลย ได้132.18บาท/ชั่วโมง ซึ่งในชีวิตจริงมันเป็นไปไม่ได้ที่จะทำงานโดยหยุดแค่ สัปดาห์ละ2วัน ไม่มีวันหยุดอย่างอื่น ไม่ป่วย ไม่ลา ไม่พาครอบครัวไปไหนนานๆ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ ก็ยังทำงาน(ถ้ามันไม่ตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์)ตลอดๆๆๆๆๆแสดงว่าตัวเลขรายได้132.18บาท/ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ตัวเลขที่เป็นชีวิตจริง ชีวิตจริงมันมีวันหยุดเยอะแยะมากมาย ทำให้เวลาทำงานมันน้อยลงไป เมื่อนำเวลาทำงานมาคิดเป็นชั่วโมง ต้องได้ตัวเลขน้อยกว่า2088ชั่วโมง แล้วนำมาหาร276,000บาท ค่าที่ได้มันต้องมากกว่า132.18บาท/ชั่วโมงแน่ๆ

แต่ก็มีบางคนอาจจะบอกว่า เขาหยุดแค่สัปดาห์ละวัน ปีละ52วัน ไม่มีการลากิจ ลาป่วย ลาพักร้อน หรือหยุดวันนักขัตฤกษ์ใดๆ รวมทั้งไม่มีการหยุดชดเชย เงินเดือนก็ต้องมากขึ้นอย่างน้อยประมาณ30,000บาท


ก็จะมีรายได้ต่อชั่วโมงคือ(30,000x12)/(365-52)x8=143.77บาท(นี่ก็เหมือนกัน คิดเฉพาะเงินเดือนอย่างเดียวไม่รวมค่าโน่นนี่นั่น)

แนะนำว่า"ให้ลาออกเถอะ" ถ้าใครมีเงินเดือนอย่างเดียว(ไม่รวมค่าใบฯและค่าโน่นนี่นั่น)30,000บาทและให้หยุดได้แค่สัปดาห์ละวันเท่านั้น ไม่มีวันหยุดอย่างอื่น เพราะเงินเดือนแค่30,000บาท มีแหล่งงานอีกหลายที่ให้ได้และมีวันหยุดมากกว่า52วัน/ปีแน่ เพราะการให้หยุดแค่สัปดาห์ละวันอย่างเดียวเท่านั้น มันผิดกฏหมายแรงงานชัดเจน

แต่เมื่อนำมาเทียบเคียงกับค่าP/Tขั้นต่ำยอดนิยมที่130บาท/ชั่วโมง นี่มันชีวิตจริงนี่หว่า!!!!!!!!! อ้าวแล้วมันยังไง แสดงว่ามันเป็นชีวิตจริงที่ยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นตัวเลขรายได้ที่มากกว่า132.18บาท/ชั่วโมง ยิ่งมากเท่าไรยิ่งป็นชีวิตจริงมากขึ้นเท่านั้น เพราะในชีวิตจริง การทำงานไม่ได้หยุดแค่สัปดาห์ละ1-2วันอย่างเดียว ยังมีวันหยุดอื่นๆอีกด้วย

"รายได้/ชั่วโมงขั้นต่ำ"ที่เป็นชีวิตจริงควรจะเป็นเท่าไร มาดูกัน

ใช้เงินเดือนขั้นต่ำ 23,000บาท(คิดเฉพาะตัวเงินเดือนอย่างเดียว) 1ปี=23,000x12=276,000บาท/ปี

1ปีมี 365วัน หยุดสัปดาห์ละ2วัน รวม104วัน/ปี วันหยุดอื่นๆให้มีน้อยที่สุด คือ

หยุดวันพิเศษ10วัน คือ ปีใหม่และวันสิ้นปี รวม2วัน วันสงกรานต์3วัน วันเฉลิมฯของสองพระองค์รวม2วัน วันมาฆะ วันวิสาขะ รวม2วัน วันแรงงาน1วัน

วันลากิจ ลาป่วย ลาพักร้อน รวมกัน10วัน (บางแห่งให้แค่6วัน)

ดังนั้นจะมีวันทำงาน=365-104-10-10=241วัน (365-104-10-6=245วัน)

คิดเป็น 241x8=1928 ชั่วโมง/ปี (245x8=1960 ชั่วโมง)

รายได้/ชั่วโมงขั้นต่ำที่เป็นชีวิตจริงคือ 276,000/1928=143.15บาท (276,000/1960=140.82บาท)

เอาเฉพาะตัวเงินเดือนอย่างเดียวไม่รวมค่าโน่นนี่นั่น ยังได้140-143บาท ถ้าเอาค่าโน่นนี่นั่นมารวมด้วย ค่าจ้าง"ขั้นต่ำ"น่าจะไม่น้อยกว่าชั่วโมงละ180บาท จะจ้างกันไหวเหรอ??? ดังนั้นเรตยอดนิยมขั้นต่ำ ที่150บาท/ชั่วโมง ก็ถือว่าพอดูได้ในเวลานี้(ปี2016)

สุดท้าย:1-ค่าใบประกอบฯล่าสุดปีนี้ ขั้นต่ำอยู่ที่10,000บาท/เดือนในทุกเขตของประเทศ ส่วนผู้ที่ได้น้อยกว่านี้ แต่มีผลตอบแทนอย่างอื่นที่เหนือกว่าแลกกัน ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล

สูงสุดอยู่ที่25,000บาท/เดือน

สรุป ค่าใบประกอบฯคือ 10,000-12,000-13,000-15,000-20,000-25,000บาท/เดือน

2-การเปลี่ยนวันและเวลาทำงาน เช่นจากการทำP/Tเสาร์-อาทิตย์ มาเป็นวันธรรมดา หรือจากวันธรรมดามาเป็น เสาร์-อาทิตย์ มันมักจะมีตัวละครที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเราเปลี่ยนไป ในเรื่องของผู้ซื้อ อันนี้มีผลกระทบกับเราไม่มาก แต่ตัวละครที่เกี่ยวเนื่องกับเจ้าของร้าน อันนี้คือตัวแปรสำคัญ ตัวละครกลุ่มนี้เราอาจจะไม่ค่อยเห็นหรือมีบทบาทน้อยในวันที่เราทำงานP/Tเวลาเดิม เพราะเขาอาจต้องไปดูแลสาขาอื่นหรือไปทำงานอย่างอื่น แต่พอเราเปลี่ยนเวลาไปตรงกับเวลาที่เขาต้องเข้ามาบริหารจัดการในร้าน ย่อมมีผลกระทบกับเราไม่มากก็น้อย เขาอาจจะไม่ได้กดดันเราโดยตรง แต่พฤติกรรมและหรือการบริหารจัดการของเขาอาจทำให้เรามีความรู้สึกต่อการทำงานที่ไม่เหมือนเดิม ถ้าเป็นไปในทางบวกก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ในทางลบมีผลทำให้เภสัชบางคนลาออกไปเลยก็มี จึงควรตรวจสอบสถานการณ์และตัวละครทุกตัวก่อนย้ายเวลาทำงาน

3.การเป็นเจ้าของกิจการ เหตุผลอย่างหนึ่งก็คือ "อยากเป็นนายตัวเอง"อยากคิดเองทำเองไม่ต้องมีใครมาบอก จะบอกก็ได้แต่อย่าบ่อยนักเพราะเขาอยากคิดเองทำเอง ดังนั้นเภสัชกร"ลูกจ้าง"การเสนอแนะ พูดง่ายๆก็คือบอกโน่นนี่นั่นกับเจ้าของกิจการในเรื่องงาน เจ้าของกิจการบางคนก็เข้าใจและพอใจที่เภสัชช่วยบอกช่วยเสนอแนะ และก็มีที่ไม่ค่อยสบอารมณ์ที่จะมารับฟังการบอกโน่นนี่นั่นของเรา ถึงแม้เราจะทำตามหน้าที่ เภสัชกรต้องสังเกตเอาเอง รวมถึงการทำหน้าที่ของเราตามหลักวิชาการ วิชาชีพ หลักธุรกิจ และการบริการที่ดี บางทีเราคิดว่าเราทำได้ดี คนอื่นเขาคิดว่าเราทำได้ดีหรือไม่ โดยเฉพาะเจ้าของธุรกิจ ถ้าเห็นต่างกันบ่อยๆ ก็เลือกที่เราสบายใจ ส่วนใครจะสบายใจแบบไหน สบายใจเพราะอยู่ใกล้บ้าน สบายใจเพราะผลตอบแทนดี สบายใจเพราะไม่กดดันเรื่องยอด หรือสบายใจที่ไม่ต้องทำบัญชีจุกๆจิกๆอย่างร้านยาในห้างบางร้าน หรือสบายใจที่จะไปเริ่มต้นงานใหม่ ฯลฯก็เอาที่สบายใจแล้วกัน

4.ที่ไหน ประกาศหาเภสัช แต่ไม่ยอมบอกค่าจ้าง"รายได้ต่อชั่วโมง" รวมทั้งรายละเอียดอื่นๆตามสมควร อย่าติดต่อไปให้เสียค่าโทรศัพท์และเสียเวลาเลย เหตุผลง่ายๆ ถ้าจ้างในเรตที่ค่อนข้างสูงหรือเรตที่สูง กับจ้างในเรตที่ต่ำกับเกือบต่ำ เรตไหนที่น่าประกาศให้โลกรู้มากกว่ากัน เรตไหนจะหาเภสัชได้เร็วกว่ากัน เรื่องง่ายๆแบบนี้คงคิดกันได้ ดังนั้นใครไม่บอกเรตค่าจ้าง เราก็อย่าติดต่อไป ถ้าเขาอ้างว่าต้องมีการพูดคุยเพื่อดูโปไฟล์ก่อนค่อยมาสรุปเรื่องค่าจ้าง อันนี้ยิ่งชัดเจนว่า ยังหาความแน่นอนไม่ได้ แต่ร้านที่ประกาศชัดเจนแล้วว่าจะให้เท่านี้ แล้วเราติดต่อไป ก็แสดงว่าเราพอใจค่าจ้างเรตนี้ และถ้าได้ดูโปไฟล์ของเรา ก็ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้มากกว่าที่ประกาศก็ได้
5.เราต้องเป็นผู้กำหนดค่าจ้างของตัวเองด้วย อย่าให้ตลาดเป็นผู้กำหนดแต่เพียงฝ่ายเดียว เพราะแต่ละคนย่อมรู้ดีที่สุดว่า ตัวเองมีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ประมาณไหน ผู้ที่มาติดต่องานหรือทำงานร่วมกับเรา เขาโอเคในฝีมือการทำงานของเรามากน้อยแค่ไหน เอาสิ่งเหล่านี้มาประมวลและประเมินแล้วกำหนดเป็นค่าตัวของตัวเองแต่ละคน ให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง ไม่เว่อร์หรือแหว่งจนเกินไป แล้วเจรจา พร้อมกับนำเสนอตามแต่วิธีการของแต่ละคน ถ้าไม่ตกลงกัน ก็ไม่ต้องรีบจนลดค่าของตัวเองลงไป ค่อยๆหาไป มีแน่ ที่เขายอมรับในข้อเสนอของเรา ขอให้พรีเซ้นให้ดีๆ ก็แล้วกัน แต่ถ้าราคาตลาดเหมาะสมกับเราบางคน ก็ไปตามนั้นได้เลย
6.ไม่แนะนำให้ทำงานกับธุรกิจยาที่"ให้พัก2ชั่วโมง" เพราะมันนานเกินจำเป็น ถ้าเป็นไปได้เลือกที่พักในเวลาจะดีที่สุด เราทานอาหารไปขายไปก็ได้ ไม่มีไรเสียหาย อาจจะเสียจังหวะการทานอาหารบ้าง มันก็ไม่มากนัก เราไม่จำเป็นต้องพักตอนเที่ยง เพราะเป็นช่วงที่ลูกค้ามักจะเข้าร้านมากในช่วงนั้น เลื่อนมาพักบ่ายๆก็ได้ ลูกค้าเข้าร้านช่วงนั้นไม่ค่อยมีอยู่แล้ว เราก็ทานได้สะดวกขึ้น เวลางานก็ยังเดินต่อไป เพราะเราพักไปขายไป หมดเวลางาน8ชั่วโมงเราก็ได้กลับบ้าน งานก็ไม่มีไรเสียหาย มีเจ้าของร้านบางคนว่าเราจะเสียสมาธิเพราะกำลังทานอาหารอยู่ มันไม่ขนาดนั้นหรอก มีคนมาซื้อของ ใจมันก็มุ่งไปที่ลูกค้าแล้ว นั่นแหละสมาธิมันมาเองอัตโนมัติ ไอ้ที่ให้พัก2ชั่วโมงจะต่อเนื่องหรือแบ่งเป็นช่วงๆ ก็เสียเวลาของเราเปล่าๆ เรากลับไปพักที่บ้านก็ได้ จะได้มีเวลาส่วนตัวหรืออยู่กับครอบครัวได้มากขึ้น พักที่ร้าน เราจะไปทำธุระส่วนตัวหรืองานส่วนตัว หรือจะนอนเอกเขนกก็คงจะไม่สะดวกนัก อีกอย่างเวลาพัก เราจะไปไหน พอทานอาหารเสร็จเราจะมีเรื่องไปไหนได้ทุกวัน มันก็ต้องกลับมาพักที่ร้านไม่ร้อนด้วย ตอนพักว่างๆลูกค้าเข้าร้านหลายๆคนเราจะนิ่งเฉยไหม มันก็ต้องออกไปช่วย อันนี้มันเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันไม่ได้เวลางานเพราะมันเป็นช่วงพัก เจ้าของธุรกิจได้ประโยชน์ เราจะไม่ช่วยก็ได้ แต่เราทำใจได้เหรอลูกค้ามารอซื้อ แล้วเรานั่งเฉยๆบอกลูกค้าว่าเป็นเวลาพัก มันก็ใจดำเกิน ไม่งั้นมันก็ต้องไปพักหลังร้าน(ถ้ามีหลังร้านให้พัก) ให้หมดเวลาพักไปวันๆ จะทำไรที่เป็นส่วนตัวหรือกับครอบครัวก็ไม่ได้ เห็นไหมยิ่งพักนานยื่งเสียเวลาส่วนตัวของเรา งานก็ทำ8 ชั่วโมงเหมือนเดิม แต่เสียเวลาส่วนตัวมากขึ้นเพราะพักนานตั้ง2ชั่วโมงกลับบ้านช้าโดยไม่จำเป็น พัก1ชั่วโมงก็เหมือนกันแต่เสียหายกับเราน้อยหน่อย แต่ถ้าเลือกได้ ก็อย่างที่บอก ให้เลือกพักในเวลาคือพักไปทำงานไปขายไป อยู่ที่ทำงาน8 ชั่วโมง ไม่ต้องอยู่เป็น10ชั่วโมง พักนานเจ้าของธุรกิจได้ประโยชน์ เจ้าของธุรกิจบางคนว่า เขาให้ทำงานวันละ10ชั่วโมงก็เลยต้องให้พัก2ชั่วโมง ก็อย่างที่บอกตอนแรก เราพักในเวลางานได้ คือพักไปขายไป จบ อีกอย่างกฎหมายแรงงานให้ทำงาน48ชั่วโมง/สัปดาห์ ที่เหลือคือOT.อย่าลืม แล้วไอ้ที่บอกว่าให้รายได้ดีแต่ให้ทำงานวันนึงเป็น10ชั่วโมง เฉลี่ยแล้วมันไม่ต่างหรืออาจจะน้อยกว่าพวกทำวันละ8ชั่วโมงด้วยซ้ำ ดังนั้นพวกเราต้องดูจำนวนชั่วโมงทำงานต่อวันและจำนวนรวมของชั่วโมงทำงาน ต่อเดือน เมื่อมาเทียบกับเงินเดือนแล้วเป็นอย่างไร โดยการมาหารเฉลี่ยเป็นรายได้/ชั่วโมง จะได้รู้ว่า ไอ้ที่บอกว่ารายได้ดี มันรายได้ดีของเราหรือของเจ้าของร้านกันแน่!!!
7."เภสัชฝีมือตก คนไข้บ่นจัดยาไม่เห็นหายเลย"ฝีมือหรือความสามารถมันไม่ได้ตกหรอก ใครเคยอยู่มาหลายร้านจะเข้าใจดี เพราะแต่ละร้านดูเหมือนจะมียาเหมือนๆกัน แต่ความจริงไม่เหมือน ที่ไม่เหมือนคือคุณภาพของยาที่ชื่อเจเนอริคเหมือนกันแต่มาจากมาตรฐานการผลิตที่ต่างกัน อีกกรณีเรารู้ว่า อาการแบบนี้เราต้องใช้ยาตัวนี้เท่านั้นของกลุ่มนี้เพราะจะออกฤทธิ์ได้ดีต่ออาการนี้ แต่ร้านที่เราอยู่ มียากลุ่มนี้แต่ไม่มีตัวที่เราต้องการ เราจะทำไรได้ไหม เราก็ต้องใช้ยาไปตามเท่าทีมีหรือ บางทีไม่มียาที่ใช้ได้หรือพอจะใช้ได้กับอาการนี้ซักตัว (บางยาก็เป็นกฏของอย.ที่ห้ามมีหรือจะมีก็ได้แต่ต้องทำโน่นนี่นั่น วิธีคิดในการออกกฎของอย.คือใครทำผิดคนเดียวแต่ตีทั้งห้อง)แล้วทำไมไม่บอกให้เจ้าของร้านซื้อมาใช้ที่ร้านล่ะ ก็บอก บางร้านก็ซื้อให้แต่ไม่ใช่ซื้อให้ตามที่เราต้องการทุกตัว บางร้านก็เฉยๆ บอกให้ใช้เท่าที่มี ทำไมไม่ซื้อตามที่เราต้องการทุกตัว คำตอบจากเจ้าของร้าน ถ้าพวกคุณลาออกไป ใครจะจ่ายยาพวกนี้ เภสัชคนใหม่เขาจะจ่ายหรือไม่ก็ไม่รู้ ยาก็DEAD STOCK อยู่อย่างนั้น ร้านก็เสียหาย ที่นี้เข้าใจแล้วยังว่าทำไมเภสัชฝีมือตก คนไข้บ่นจัดยาไม่หาย รู้งี้ไปหาหมอดีฝ่า เสียเวลากินยาตั้งหลายวัน นี่เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ ยังมีเรื่องทำนองนี้อีกเยอะแยะมากมาย สาเหตุหลักประการเดียว ร้านยาหรือบริษัทแม่ มียาโพยเดียวแต่ใช้ทุกสาขา หรือยืนกระต่ายขาเดียว คือใช้เท่าที่มี หรือกระต่ายขาครึ่งหมายความว่ายอมซื้อให้บ้างบางตัว เราก็ต้องทำเท่าที่มี จะไปอะไรมากมาย
8.เป็นเภสัชแล้วไง ใช่เป็นเภสัชแล้วไง พิมพ์โน่นนี่นั่นเป็นปะ คอมพ์โน่นนี่นั่นทำได้ปะ ภาษาโน่นนี่นั่นพูดได้ปะ เงินประกันโน่นนี่นั่นยอมจ่ายปะ สอบTOEIC >600คะแนนปะ เป็นเพศหญิงปะ อายุน้อยกว่า35ปะ(หน่วยงานบางแห่งแถวถนนนวมินทร์ ไม่ระบุว่ามีเงื่อนไขโน่นนี่นั่นในประกาศ แต่พอไปสมัครแล้วปรากฎว่ามีเงื่อนไข ต้องบอกว่าคนที่ลงประกาศแย่มากไม่บอกข้อมูลทั้งหมด จะอ้างว่าไม่รู้ไม่ได้เพราะคุณต้องประสานภายในให้เรียบร้อยก่อนประกาศ)ฯลฯ เป็นไง จบเภสัช มีใบประกอบฯ พอไหม ไม่พอ พวกเรื่องเยอะ เขาให้เงินเดือนดีกว่าที่อื่นที่เรื่องไม่เยอะเหรอ สวัสดิการดีกว่าเหรอ พาไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยเหรอ เจ็บป่วยรักษาให้ยันบรรพบุรุษเลย เหรอ ทำประกันชีวิตให้ร้อยล้านเหรอ ปล่าวเลย ไม่ต่างจากพวกเรื่องไม่เยอะ บางที่ให้น้อยกว่าด้วยซ้ำ แล้วไปยุ่งกับพวกนี้ทำไม ใช่ ไปทำงานกับพวกเรื่องเยอะทำไม หาประสบการณ์เหรอ โห !nonsense มาก ประสบการณ์จากการทำงานกับพวกเรื่องเยอะ หาที่ไหนก็ได้ในประเทศไทย จะบอกว่าพวกเรื่องเยอะมีเคสจากมนุษย์ต่างดาว แต่ที่อื่นไม่มีอย่างนั้นดิ จริงดี้ มันน่าอัศจรรย์มาก!??!อะไรนะ พวกเรื่องเยอะ มีที่ทำงานใกล้บ้าน ใกล้โรงเรียนลูก เลยต้องยอมทำโน่นนี่นั่น เรียนหรืออบรมเพิ่มเติมโน่นนี่นั่น เพื่อให้มีคุณสมบัติตรงตามที่พวกเรื่องเยอะต้องการ เพื่อจะได้ใกล้บ้าน เพื่อจะได้ไปรับส่งลูกดวกๆหน่อย เงินเดือนคิดตามปรกติ คุณสมบัติที่หามาแถมให้ โอโห นับถือนับถือน้ำใจเภสัชไทย เจงๆ
9.ไม่ชอบใจ ไม่พอใจ การทำงานของเภสัช คนซื้อยาบ้านเราส่วนมากไม่ใช่คนที่ใช้ยาเอง แต่ซื้อไปให้คนป่วยอีกที เมื่อเภสัชสอบถามอาการเจ็บป่วย และเรื่องราวต่างๆของคนป่วยเอาแค่เท่าที่จำเป็น ก็ยังหาข้อมูลได้ยาก แม้ปัจจุบันมีเครื่องมือสื่อสารชั้นเยี่ยม ที่สามารถถ่ายภาพการเจ็บป่วยหริอพูดคุยวิดีโอคอลได้ คนป่วยและคนที่รับฝากมาซื้อยา ยังไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เจ้าของร้านบางคน ก็รู้สึกอึดอัดและไม่ค่อยสบอารมณ์เภสัช แกอาจจะคิดเอาเองว่า"เภสัชเรื่องเยอะ ขายๆไปเถอะ จะได้จบๆไป ถ้าเราไม่ขายเดี๋ยวร้านอื่นก็ต้องขายอยู่ดี เสียโอกาส มึคนซื้อยาคนอื่นรออยู่รีบๆขายไป " ถ้าคิดแบบนั้นก็ฆ่าตัวตายทุกวัน ขายแบบไม่มีคุณภาพ คนซื้อยาต้องการสะดวกด้วยหายด้วย แล้วมันจะหายไหม ถ้าให้ยาแบบขอไปที แล้วพอป่วยหนักต้องไปโรงพยาบาลเพราะกินยาตามร้านไม่หาย เวลาคุยกับหมอ พวกนี้จะพูดแต่เพียงว่าไปซื้อยาตามร้านมากินแล้วแต่กินไม่หาย พวกหมอ ก็เอาไปขยายความต่อว่าร้านยามันห่วย มักง่าย คนไข้บอกไหมว่าไม่ได้ไปซื้อยาเองฝากคนอื่นซื้อให้ แต่ไปหาหมอทีนี้ตัวไปเองได้ (เฮ้ยโคตรยุติธรรมเลยสังคมไทย) เวลาขอความร่วมมือ ในการตรวจสอบอาการ ก็ไม่ค่อยพอใจทั้งคนไข้ทั้งเจ้าของร้านบางคน หาว่าเรื่องเยอะ ถ้าเป็นเจ้าของร้านแล้วคิดแบบนั้น ไปทำอย่างอื่นดีกว่าไหม จะได้ไม่ฆ่าตัวเองและฆ่าคนไข้ทางอ้อม ก็ไม่ยอมไปทำอย่างอื่น จะอยู่ขายยาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของสังคมสีดำจะได้ทำบาปทุกวันว่างั้น
10.ทำงาน2ที่ปรีดิ์เปรมยิ่งนัก แต่คนละช่วงเวลานะ ถ้าทำได้ให้ทำ เรื่องรายได้และความมั่นคงอันนี้มันแน่นอน แต่ผลพลอยได้อีกอย่างคือ เมื่องานที่ใดที่หนึ่งมีปัญหาอย่างกระทันหันจนไม่อาจจะร่วมงานกันได้ต่อไป หรือเป็นปัญหาที่กระทบกับตัวเราพอสมควร อยากจะลาออกก็ยังหางานใหม่ที่น่าพอใจมารองรับไม่ได้ ถ้าทำงานที่เดียวก็ต้องอยู่ยื้อกันไปจนถึงที่สุด หรือจนกว่าจะถูกเชิญออก แต่ถ้ามีที่ทำงาน2ที่ ก็ลาออกได้เลยไม่ต้องทนอยู่ให้เสียสุขภาพจิตหรือให้เขาเหน็บแนมว่าเป็นกระเบื้องตราช้าง และระหว่างที่ทำงานอยู่ที่เดียวก็ค่อยๆหาที่ทำงานอีกแห่งมารองรับให้เต็มโควต้า
11."รอหมูวิ่งชนปังตอ"นายจ้างกลุ่มนี้จะหมั่นมาupdateประกาศ แต่ไม่updateค่าจ้าง เพราะน้องๆเพื่อนๆคงจะรู้ทันว่าเขาให้ค่าจ้างไม่สูง บางที่ค่าจ้างเหมือนจะดูดีแต่เงื่อนไขการทำงาน เช่น จำนวนชั่วโมงทำงานและหรือวันหยุดเป็นที่ถูกใจเจ้าของงานแต่ไม่ถูกใจคนทำงาน ปล่อยให้แกupdateไปชั่วนิรันดร์กาล เปลี่ยนความคิดแกยากเพราะมันจะเดือดร้อนเงินในกระเป๋าแก
12.ดูให้ดีก่อนติดต่อหรือสมัครงาน เขามักเอา"ตัวเงินที่ดูเหมือนเยอะ"เข้าล่อ แต่เงื่อนไขการทำงานไม่โอเคเลย อย่างเช่นเงินเดือน35,000บาท(รวมใบฯ ถ้าแยกเป็นเงินเดือนก็แค่25,000บาท ค่าใบฯ10,000บาท)แต่ทำงานเกินสัปดาห์ละ48ชั่วโมงโดยไม่คิดโอทีให้ วันหยุดไม่ใช่เสาร์และ/หรืออาทิตย์ ค่าโอทีต่ำกว่ามาตรฐานปัจจุบัน(150บาท/ชั่วโมง) สังเกตไหมเรื่องช่วยค่ารักษาพยาบาลตามสมควรไม่มีใครเอ่ยถึง คงคิดว่ามีประกันสังคมแล้ว มี3-4-50บาทรักษาทุกโรคแล้ว ใครเคยไปใช้บริการมาย่อมรู้ดีว่ามันไม่ค่อยน่าพอใจโดยเฉพาะเรื่องยา อันนี้เป็นตัวอย่างเล็กๆน้อยๆ
ฝากปิดท้ายว่าไม่อยากเสียโอกาสและเสียปรียบ ควรจะอ่าน"Updateค่าตัวเภสัช" เนื้อหาทั้งในปัจจุบันและที่เคยลงไปแล้วยังทันสมัยตลอดเวลา เพราะพฤติกรรมของคนในวงการมันนี้ก็เป็นอย่างนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นถ้าไม่ต้องการถูกเอาเปรียบก่อนสมัครงาน
"ต้องอ่านUpdateค่าตัวเภสัช"

งานจะสัมฤทธิ์รายได้ของทุกชีวิตต้องสมเหตุสมผล

หมายเหตุ:- อนุญาตให้"ค้ดลอกข้อเขียนได้" แต่ช่วยบอกในบทความของท่านด้วยว่า นำมาจาก"กระทู้ Update ค่าตัวเภสัช รายได้ต่อชั่วโมง เท่านี้จริงดี้??? โดย เมจิก พี"
แก้ไขล่าสุดโดย เมจิก พี เมื่อ 17 ต.ค. 2016, 15:58, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เมจิก พี
 
โพสต์: 283
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

ย้อนกลับต่อไป

ย้อนกลับไปยัง โรบัสต้า

ผู้ใช้งานขณะนี้

New Document