Updateค่าตัวเภสัช ยุบคณะเภสัชดีไหม??

ประกาศรับสมัครงาน โยกย้าย
กระทู้ที่เกี่ยวข้องกับการแขวนป้ายจะถูกลบโดนมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Re: Updateค่าตัวเภสัช หมดPassionแล้ว ให้เดือนละแสนก็ไม่เอา

โพสต์โดย เมจิก พี » 30 พ.ย. 2018, 23:54

561000012386601.JPEG
ความจริงก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ (อีกละ) คงเป็นเพราะว่า ประสบด้วยตัวเองด้วย และเพื่อนหลายคนก็พบเจออย่างเดียวกัน กะปัญหาการใช้ยา และทัศนะคติ แบบผิดๆ ของคนไทยในเรื่องยาและสุขภาพอนามัย การศึกษามีส่วนบ้าง ฐานะมีส่วนบ้าง ที่ทำให้การใช้ยาเป็นไปในทางที่ผิด แต่ในความเป็นจริงคนรวยคนจน คนมีหรือไม่มีการศึกษาในบ้านเรา ใช้ยาและมีความเชื่อเรื่องสุขภาพอนามัย ไม่ค่อยถูกต้องมีเยอะมาก ยิ่งรวยยิ่งไม่ฟังเอาแต่ใจ จะเอาอย่างนี้ เคยใช้อย่างนี้เคยไปหาหมอ หมอเคยให้กินยาอย่างนี้ คราวนี้เป็นเหมือนเดิม จะเอายาเดิม "คุณไม่ใช่หมอ" ไม่ต้องมาบอกอะไรมาก เอาตามที่จะซื้อนี่แหละ จะขายหรือไม่ขาย ไม่ขาย จะได้ไปซื้อร้านอื่น นี่คนรวยเอาแต่ใจไม่ฟังขนาดนี้ นี่ยังน้อย ผมเจอมาแล้ว เอาปืน11มม. มาวางที่เค้าท์เตอร์ยา ถามผมว่า เมื่อกี้ให้แฟนมาซื้อยา ทำไมไม่ขายให้ ผมก็อธิบายให้ฟังสารพัด แกไม่ฟังหรอก อาศัยว่าดวงผมยังไม่หมดกรรม ต้องไม่ตายอยู่ใช้กรรมต่อไป จึงมีคนข้างบ้านที่สนิทกะแก มาช่วยเคลียให้ เรื่องเลยจบกันไป
มาอ่านเรื่องของน้องเขาดีกว่า ขออนุญาติแชร์เรื่องราวตรงนี้เลยครับ

เภสัชกรสาวตัดสินใจปิดร้านขายยา ลั่นหมด passion แล้ว
เผยแพร่: 29 พ.ย. 2561 16:04 ปรับปรุง: 29 พ.ย. 2561 17:47 โดย: ผู้จัดการออนไลน์
เภสัชกรสาวระบายความอัดอั้นตันใจก่อนปิดร้ายขายยา แฉเคยมีเด็กวัยรุ่นมาซื้อยาสตรีทุก 30 นาที ซื้อจนเดาออกว่าซื้อไปทำอะไร จนตัดสินใจรีบปิดร้าน ยันหมด passion การเป็นเภสัชกรแล้ว

วันนี้ (29 พ.ย.) เพจเฟซบุ๊ก “ใบเฟิร์นเภสัช & drug-a-holic เช่าเสื้อโค้ท by เภสัช” ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่ทำให้ต้องจำใจปิดร้านขายยาลงเนื่องจากเจอปัญหาบั่นทอนจิตใจหลากหลายเรื่องทำให้หมดใจกับการประกอบอาชีพนี้ และเธอทำอาชีพนี้มาถึง 3 ปีแล้ว โดยฝากข้อคิดที่คิดว่ามีประโยชน์ไว้ โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่พบเจอทุกวันในร้านยา เรื่องใกล้ตัวเล็กๆ น้อยๆไว้ ดังนี้

1. ยาแก้อักเสบ ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ เจ็บคออย่างเดียวไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ เจ็บคอ เจ็บข้างๆ คอซ้ายขวา (ต่อมทอนซิล) น้ำมูก/เสมหะ เขียวเหลือง 3 วันอาการไม่ดีขึ้นส่องคอ คอแดง มีจุดหนอง ค่อยกินยาฆ่าเชื้อ ทุกครั้งที่กินยาฆ่าเชื้อต้องกินจนหมด ดีขึ้นแล้วก็ห้ามหยุด ตอนนี้อาจจะไม่เป็นอะไร แต่ต่อไปจะดื้อยาในอนาคต

2. ยาเลื่อนประจำเดือน กินตามน้ำหนัก กินก่อนวันที่คิดว่าจะมา หรือวันที่จะทำธุระ 2-3 วัน ถ้าประจำเดือนมาแล้ว กินไปไม่ได้เกิดประโยชน์

3. ยาคุมฉุกเฉิน ห้ามกินเกิน “2 กล่องต่อเดือน” ไม่ใช่ 2 กล่องต่อชีวิต เรื่องนี้เข้าใจผิดกันแทบทุกคน แต่ถามว่ากินได้เดือนละ 2 กล่อง แล้วกินบ่อยดีไหม คำตอบคือไม่ดี กินเท่าที่จำเป็น เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งอยากมีลูกจริงๆ จะเพิ่มโอกาสท้องนอกมดลูก ถ้าคิดว่าตัวเองจะต้องกินยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ ให้เปลี่ยนเป็นยาคุมแบบรายเดือน

4. ยาโรคเรื้อรัง เบาหวาน หัวใจ ความดัน ห้ามหยุดยาเอง ห้ามปรับขนาดยาเอง

5. เกลือแร่ท้องเสีย กับเกลือแร่ออกกำลังกาย เกลือแร่สำหรับท้องเสีย “ไม่ได้รักษาท้องเสีย” แต่กินเพื่อชดเชยแร่ธาตุต่างๆ ที่สูญเสียไปเพื่อที่จะได้ไม่อ่อนเพลีย เป็นลม และห้ามดื่มทีเดียวหมด แต่ใช้วิธีจิบบ่อยๆ (การดื่มทีเดียวหมดจะยิ่งทำให้ท้องเสีย เพราะเกลือแร่มีคุณสมบัติดูดน้ำเข้าหาตัวจึงเป็นเหตุผลที่หลายคนชอบบอกว่ากินเกลือแร่แล้วไม่เห็นจะดีขึ้นเลย)

6. ยาคลายกล้ามเนื้อ บางยี่ห้อมีตัวยาพาราฯ ผสมอยู่แล้ว ห้ามกินพาราฯ เพิ่มเข้าไปอีก เพราะโดสพาราฯ จะเกิน ก่อนจะหยิบพาราฯ กินเพิ่ม ดูส่วนประกอบของยาคลายกล้ามเนื้อด้วยว่ามีพาราฯ อยู่แล้วหรือยัง

7. ไอแห้งกับไอมีเสมหะ ตัวยารักษาคนละตัวกัน

8. ยาหยอดตาทุกชนิดเปิดฝาแล้วใช้ได้ 1 เดือน และห้ามใช้ร่วมกับคนอื่นเด็ดขาด

9. ยาที่คนเรียกกันว่ายาล้างไต ไม่ได้รักษาโรคไต ถ้ารักษาได้จริงโลกนี้จะไม่มีผู้ป่วยโรคไต

10. เวลาเจ็บปวดอะไรสักอย่าง ยาแก้อักเสบ เช่น ibuprofen, diclofenac, naproxen, mefenamic acid, piroxicam, celecoxib กินยาแก้อักเสบตัวเดียวชนิดเดียวพอ อาจกินเสริมกับยาคลายกล้ามเนื้อได้ แต่ไม่ควรกินยาแก้อักเสบ 2 ชนิดร่วมกัน เพราะจะยิ่งระคายเคืองกระเพาะ และยิ่งมีผลต่อไต

11. ยาแก้อักเสบ ที่เขาพูดกันว่ากัดกระเพาะ ฟังดูแรงแต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น แค่กินหลังอาหารทันที เพื่อจะได้ไม่ระคายเคืองกระเพาะ

12. ยาทาสเตียรอยด์ ทาบางๆ และทาเฉพาะเมื่อมีอาการความแรงสเตียรอยด์มีหลายระดับไม่ใช่ว่ามี 1 หลอด สามารถทาได้ทุกส่วนในร่างกายถ้าทาหน้าหรือผิวหนังอ่อนๆ หรือเด็กเล็กมากๆ ให้ใช้ระดับอ่อนสุด-กลางๆ เท่านั้น ห้ามใช้ระดับแรงๆ

13. ยาลดน้ำมูก มีแบบง่วงกับไม่ง่วงแบบ ง่วงฤทธิ์แรงกว่า ลดน้ำมูก คัดจมูกได้หมดแต่ออกฤทธิ์สั้น เลยต้องกินบ่อย เช้า กลางวัน เย็น แบบไม่ง่วง ลดน้ำมูกได้ในระดับหนึ่ง (คัดจมูกไม่ได้) แต่ออกฤทธิ์ยาว กินแค่วันละครั้ง (ฤทธิ์ยาวแต่อ่อนๆ) ถ้าทั้งน้ำมูกทั้งคัดจมูกมากๆ แต่ทำงานขับรถ ใช้เครื่องจักร ที่ง่วงนอนไม่ได้ให้ใช้วิธีกลางวันกินแบบไม่ง่วง ก่อนนอนกินแบบง่วง หรืออาจเปลี่ยนไปกินยาลดน้ำมูกแบบไม่ง่วงรุ่นใหม่ล่าสุดที่เป็นการเอารุ่นเก่าไปพัฒนาชื่อตัวยาจะขึ้นต้นด้วย Des... Levo...รุ่นใหม่หน่อย ราคาแพงหน่อย แต่ประสิทธิภาพดี

14. ยาสตรีทั้งหลาย ไม่ได้มีไว้ทำแท้ง นอกจากทำแท้งไม่ได้ยังเสี่ยงลูกออกมาพิการ เคยมีเด็กวัยรุ่นมาซื้อยาสตรีทุก 30 นาที ซื้อจนเราพอจะเดาออกว่าซื้อไปทำอะไร เราต้องรีบตัดสินใจปิดร้าน เพราะกลัวว่าถ้าไม่ขายให้จะโดนทำร้าย

โดยเธอฝากทิ้งท้ายว่า “ที่เจอบ่อยๆ ทุกวัน พรุ่งนี้เปิดวันสุดท้าย แวะมาลาเภสัชกันได้ หมด passion การเป็นเภสัชกรแล้วค่ะ”


แถมให้อีกเรื่อง ความห่วย และเฮงซวยของ ใคร อ่านเอาเอง มันห่วยจนไม่อยากเอ่ยชื่อถึงให้เป็นเสนียดปาก และเป็นอัปปะมงคลกะชีวิต เพราะตัวมันเองให้มัน"อัปปีจังไร" เฉพาะตัวมันแล้วกัน

พิธีกรดังร้อง ป.ป.ช. สอบ เลขาธิการ อย.-พวก อาจเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ปมปล่อยให้เอกชนนำเข้าผลิตภัณฑ์ยากันยุงมีสารอันตราย ปูด อย.รู้เรื่องตั้งแต่ปี’58 แต่เพิ่งมาแบนปี ปล่อยให้นำเข้ามานับร้อยครั้ง แต่ดำเนินคดีกับแค่ครั้งเดียว
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา http://www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2561 นายเกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระ และพิธีกรชื่อดัง ยื่นหนังสือถึงประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กับพวก อาจละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีปล่อยให้เอกชนผู้นำเข้ายาจุดกันจุง เรนเจอร์ สเก้าท์ เข้ามาจำหน่ายในประเทศ และ อย.ใช้อำนาจออกคำสั่งเพิกถอนทะเบียนวัตถุอันตรายโดยไม่ชอบ เป็นคำสั่งที่เอื้อประโยชน์แก่เอกชน และไม่คุ้มครองความปลอดภัยของประชน

นายเกษมสันต์ ระบุว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวตามสื่อ กรณีผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ทะเบียนเลขที่ 537/2555 ได้แอบใช้สารที่ไม่ตรงกับทะเบียนและใช้สารที่เป็นอันตราย โดยมีการตรวจพบจากคณะกรรมการอาหารและยาในหลายครั้ง ตนได้นำเสนอข้อมูลดังกล่าวตามที่ปรากฏในสื่อเพื่อความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ จนในที่สุดคณะกรรมการอาหารและยาได้เพิกถอนทะเบียนและใบอนุญาตผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ให้ผู้นำเข้าเรียกเก็บคืนผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ รวบรวมส่งคืนไปยังประเทศผู้ผลิต อย่างไรก็ดีพบความไม่ชอบมาพากลในการปฎิบัติหน้าที่ของเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยากับพวก อาจละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

นายเกษมสันต์ ระบุอีกว่า อย.เก็บตัวอย่างยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ส่งตรวจวิเคราะห์ตั้งแต่ปี 2558-2561 พบสารmeperfluthrin ที่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้กับทาง อย. และต่อมายังตรวจพบ heptafluthrin ตัวเดียวกันกับที่ตรวจพบในยาจุดกันยุงก็อตซิลล่า (GODZILLA) ที่ทำให้หมาตาย 3 ตัวตามที่เป็นข่าว แต่ อย. มีการดำเนินคดีกับบริษัทฯเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในปี 2558 ต่อจากนั้นไม่มีการดำเนินคดีกับบริษัทฯอีกเลย และยังอาจละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ปล่อยให้มีการนำเข้ามานับครั้งไม่ถ้วนทั้ง ๆ ที่รู้ว่า บริษัทฯ แอบใช้สารที่ไม่ตรงกับทะเบียนและใช้สารที่เป็นอันตราย ซึ่งในทางปฏิบัติ อย. ต้องดำเนินคดีการเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ เมื่อ อย. ได้ตรวจพบผลิตภัณฑ์นำเข้าไม่ถูกต้องตามกฏหมายหรือพบว่าแอบใช้สารไม่ปลอดภัย การนำเข้าในครั้งต่อไปด่านอาหารและยาต้องกักผลิตภัณฑ์ที่นำเข้า พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ หากผลการตรวจวิเคราะห์ตรงตามที่ขึ้นทะเบียนจึงจะปล่อยให้นำเข้ามาจำหน่ายได้ แต่ อย. กลับปล่อยผลิตภัณฑ์ให้นำเข้ามาจำหน่ายจำนวนมากมาย จากตัวเลขการนำเข้า ณ ด่านศุลกากรเป็นร้อย ๆ ครั้ง ในขณะที่ด่านอาหารและยาให้เก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น (เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2560 ตามรายงานผลการทดสอบ ที่ สธ 0602/2065 วันที่ 7 สิงหาคม 2560) และไม่มีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์อีกเลย จึงอาจเป็นการละเว้นหรือการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ

“นอกจากนี้ อย. ได้อนุมัติให้บริษัทฯขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายใหม่ในชื่อ ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ที ซึ่งการอนุญาตมีความผิดปกติ และด่านอาหารและยาไม่เคยมีการเก็บตัวอย่างยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ที ส่งตรวจวิเคราะห์ทั้งที่รู้ว่ายาจุดกันยุงจากประเทศจีนมีปัญหา จึงอาจเป็นการละเว้นการปฏิบัติที่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วย” นายเกษมสันต์ ระบุ

พิธีกรชื่อดัง ระบุด้วยว่า ขณะเดียวกัน อย.มีคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 478/2561 ลงวันที่ 21 กันยายน 2561 ให้เพิกถอนทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ทะเบียนเลขที่ 537/2555 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 40 มาตรา 41และมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 แต่การที่ อย. ออกคำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากบทบัญญัติมาตรา 41 กำหนดว่า “.............ให้นำมาตรา 52 วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่มาใช้บังคับโดยอนุโลม” ตามกฏหมายวัตถุอันตรายเมื่อเหตุแห่งการเพิกถอนทะเบียนวัตถุอันตรายกรณีพบสารที่อาจก่อให้เกิดอันตราย ไม่ปลอดภัยในการใช้ ซึ่งเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ กฎหมายให้เจ้าหน้าที่ออกคำสั่งตามมาตรา 52 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่เท่านั้น นั่นคือในส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้ อย. เพื่อการทำลายโดยให้ผู้นำเข้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการทำลาย ส่วนผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในท้องตลาด ให้ผู้มีไว้ในครอบครอง ส่งมอบให้ อย.เพื่อการทำลาย และหากผู้ครอบครองได้รับความเสียหายให้ฟ้องเรียกค่าเสียหายกับผู้นำเข้า แต่ในคำสั่งเพิกถอนใช้อำนาจตามมาตรา 52 วรรคหนึ่ง โดยให้ผู้นำเข้าส่งผลิตภัณฑ์ที่ฝ่าฝืนกฏหมายและเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้ กลับคืนผู้ผลิตต่างประเทศภายใน 6 เดือน จึงเป็นการออกคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฏหมาย และยังสั่งให้ผู้ขาย (ร้านค้า) และผู้ครอบครองขายคืนร้านค้าที่ซื้อมาหรือขายคืนผู้นำเข้าเพื่อให้ผู้นำเข้าส่งคืนผู้ผลิตต่างประเทศต่อไป ซึ่งในทางปฏิบัติมิได้มีการควบคุม ดูแลให้มีการขายคืน ปล่อยให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยยังคงมีขายในท้องตลาด และในกรณีนี้ อย.ออกคำสั่งโดยไม่มีกฏหมายรองรับให้ทำได้ จึงเป็นคำสั่งที่เอื้อประโยชน์กับบริษัทฯ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน

“ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีการโฆษณาว่ายาจุดกันยุง เรนเจอร์ สเก้าท์ ปลอดภัยให้ร้านค้าขายได้ และมีโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ โดย อย.ไม่มีมาตราการในการดำเนินการใดๆ ทำให้ผู้ขาย ผู้บริโภคสับสน เข้าใจว่าสินค้าดังกล่าวขายได้ ปลอดภัยในการใช้ อย.ในฐานะหน่วยงานภาครัฐที่ทำหน้าที่คุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ ผมจึงใคร่ขอให้ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำการสอบสวนเลขาธิการ อย. กับพวก อาจละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 157 ในกรณีดังกล่าว” นายเกษมสันต์ ระบุ
แนบไฟล์
561000012386603.JPEG
561000012386602.JPEG
เมจิก พี
 
โพสต์: 261
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51







Re: Updateค่าตัวเภสัช ยุบคณะเภสัชดีไหม??

โพสต์โดย เมจิก พี » 11 ม.ค. 2019, 14:28

ยุบคณะเภสัชดีไหม


จากความเป็นจริงเรื่องกฏหมายยา .ที่ห้ามเภสัชหรือจำกัดเภสัชขายยา จ่ายยาโน่นนี่นั่น .ทั้งที่เภสัชเรียนเรื่องยารู้เรื่องยามามากกว่าพวกหมอ แต่หมอขายยา จ่ายยาได้มากกว่าเภสัช จะด้วยเหตุผลอะไรก้อแล้วแต่ มันไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่มีอำนาจจะสั่งการ .ส่วนเหตุผลเป็นเรื่องที่ทำให้คนมีอำนาจดูไม่บ้องตื้นเท่านั้น แม้ใครมีเหตุผลดีกว่า แต่ถ้าไม่ถูกใจพวกมีอำนาจ .เหตุผลนั้นก้อเป็นแค่เรื่องเลื่อนลอย ถ้าใครมีกองกำลังและอาวุธ ที่เพียงพอ. มันก้อไม่ยากที่จะได้มาซึ่งอำนาจนั้นจึงจะทำอะไรก้อได้ตามที่พรรคพวกตัวเองต้องการ (อันนี้ว่าตามทฤษฎีไม่เชื่อไปถามบิ๊กตู่ว่าจริงไหม)บางคนโลกสวย. ก้อลงสมัครเลือกตั้งไง .ทำไมต้องมีกองกำลังและอาวุธด ้วย5555 งั้นต้องแนะนำให้อ่านและดูข่าวสารบ้านเมืองตอนนี้บ้างนะ . แต่เมื่อมันยังไม่มีอำนาจ. ก้อได้แค่เสนอว่าให้ยุบหรือยกเลิกคณะเภสัช แล้วให้หมอมาทำหน้าที่ด้านยาแทนเภสัชทุกอย่าง. เปิดรับหมอเพิ่มในสาขาใหม่นี้ เพื่อให้ได้คนเพียงพอทำงาน เมื่อแพทย์ยามาทำหน้าทีด้านยาทุกอย่างเหมือนเภสัช กฏหมายยาที่เป็นข้อห้ามข้อบังคับต่างๆ .พวกหมอหมอด้วยกันมันจะฟาดฟันกันอย่างไร .แต่มันก้อดูสมน้ำสมเนื้อ เพราะมันเป็นหมอเหมือนกันเป็นพวกคุมอำนาจในระบบสาสุขเหมือนกัน .มันจะฟาดฟันกันหรือมันจะสมยอมกัน เป็นเรืองที่ไม่มีใครเสียเปรียบใคร. ส่วนชาวบ้านก้อทำตามหมอสั่งไปสิ ก้อยาหมาหมอยังสั่งให้ชาวบ้านกินเลย .และถ้าหมอยืนกรานในคำสั่งใช้ยา. เภสัชก้อไปเปลี่ยนไม่ได้ แต่ถ้าแพทย์ยาและแพทย์รักษาโรคขัดกันเรื่องการสั่งใช้ยาใครจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสียเปรียบ .มันน่าติดตามมันไม่มีใครยอมใครอยู่แล้วทำไมก้อกูเป็นแพทย์ยากูก้อหมอเหมือนมึงไอ่สาส

ไม่ต้องมาแย้งหรอก .ตอนนี้ใครมีอำนาจก้อทำไปตามเหตุผลของพรรคพวกตัวเอง คนอื่นที่เขาไม่เห็นด้วยเขาก้อมีเหตุผลของเขา บอกแล้วไงไม่ได้สำคัญที่เหตุผล. เหตุผลมันก้อมีด้วยกันทั้งนั้น .สำคัญคือใครสั่งการได้ จบ
เมจิก พี
 
โพสต์: 261
ลงทะเบียนเมื่อ: 26 พ.ย. 2012, 15:51

ย้อนกลับ

ย้อนกลับไปยัง โรบัสต้า

ผู้ใช้งานขณะนี้

New Document